ดูเหมือนว่า Google กำลังเตรียมการอัปเกรดครั้งใหญ่สำหรับสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นถัดไป เมื่อมีข้อมูลหลุดแบบ “Spec Dump” ของ Google Pixel 11 series ออกมาเปิดเผยรายละเอียดตัวเครื่องแบบยกแผง โดยเน้นไปที่การแก้จุดอ่อนเดิมๆ และใส่เทคโนโลยีที่หลายคนคาดไม่ถึง
ขุมพลัง Tensor G6 สถาปัตยกรรม 2nm จาก TSMC

หัวใจหลักของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้คือชิปเซ็ต Tensor G6 ซึ่ง Google ตัดสินใจย้ายไปใช้กระบวนการผลิตระดับ 2nm ของ TSMC โดยตรง การขยับมาใช้สถาปัตยกรรมที่เล็กลงนี้จะช่วยเรื่องการจัดการพลังงานและความเสถียรของประสิทธิภาพ (Sustained Performance) ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้ Pixel บ่นกันมาตลอด
- CPU Setup: มาในรูปแบบ 1+4+2 คอร์ โดยใช้คอร์รุ่นใหม่ ARM C1-series
- GPU: เลือกใช้ PowerVR GPU
- AI & Security: อัปเกรด TPU รุ่นใหม่สำหรับงาน AI และชิปความปลอดภัย Titan M3
บอกลาโมเด็ม Samsung เปลี่ยนสู่ MediaTek M90
จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือการเปลี่ยนไปใช้โมเด็ม MediaTek M90 แทนโมเด็ม Exynos ของ Samsung ที่มักมีปัญหาเรื่องความร้อนและการจับสัญญาณ โดย MediaTek M90 คือโมเด็ม 5G-Advanced รุ่นใหม่ (เปิดตัวต้นปี 2025) ที่ต่อยอดมาจากรุ่น M80 ใน Dimensity 9100 ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การเชื่อมต่อเสถียรและประหยัดไฟขึ้นอย่างมาก
ตารางสรุปสเปก Google Pixel 11 Series (ตามข่าวลือ)
| คุณสมบัติ | Google Pixel 11 | Pixel 11 Pro | Pixel 11 Pro XL |
| หน้าจอ | 6.3″ OLED (60-120Hz) | 1280 × 2856 Res | 1344 × 2992 Res |
| ความสว่างสูงสุด | 3,100 nits | 3,600 nits | 3,600 nits |
| RAM | 8GB / 12GB | สูงสุด 16GB | สูงสุด 16GB |
| แบตเตอรี่ | 4,840mAh | 4,707mAh | 5,000mAh |
| กล้องหลัก | 50MP (เซนเซอร์ใหม่) | อัปเกรดเซนเซอร์ใหม่ | อัปเกรดเซนเซอร์ใหม่ |
ฟีเจอร์ใหม่ “Pixel Glow” และการหายไปของเทอร์โมมิเตอร์

Google เตรียมถอดเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ (Infrared Thermometer) ออก และแทนที่ด้วยระบบไฟ RGB LED ขนาดเล็กที่เรียกว่า “Pixel Glow” ซึ่งมีการทำงานคล้ายกับ Glyph Interface ของ Nothing Phone แต่มีขนาดกะทัดรัดกว่า ส่วนระบบสแกนใบหน้าแบบ IR ที่เคยมีข่าวลือก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะยังไม่พร้อมใช้งานในรุ่นนี้
สรุปภาพรวม
Google Pixel 11 series อาจไม่ใช่การเปลี่ยนดีไซน์แบบพลิกโฉม (Dramatic Redesign) แต่เป็นการ “เกลา” ประสบการณ์ใช้งานให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดยเน้นไปที่การแก้ปัญหาเรื่องความร้อน (Thermals) และการเชื่อมต่อที่เคยเป็นจุดอ่อน เพื่อท้าชนกับคู่แข่งในตลาดสมาร์ตโฟนระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัวครับ
ที่มา : Gizmochina








