เปิดตัว Google Fitbit Edge ฟิตเนสแทรกเกอร์จอ AMOLED 1.34 นิ้ว บอดี้อะลูมิเนียมบางเบา แบตเตอรี่อึด 7 วัน พร้อมเซนเซอร์ ECG ตรวจวัดสุขภาพครบครัน

Google ประกาศเปิดตัวสมาร์ตฟิตเนสแทรกเกอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Fitbit Edge อย่างเป็นทางการ โดยวางตำแหน่งทางการตลาดไว้ตรงกลางระหว่างสมาร์ตวอทช์ตัวท็อปอย่าง Pixel Watch 5 และสายรัดข้อมือรุ่นไร้หน้าจออย่าง Fitbit Air มุ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มองหาอุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพที่มีหน้าจอแสดงผล น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และราคาจับต้องได้ง่ายขึ้น

ดีไซน์บางเบา จอสัมผัส AMOLED 1.34 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมด้านข้าง

Fitbit Edge มาพร้อมงานประกอบระดับพรีเมียมที่เน้นความคล่องตัวขณะสวมใส่ตลอดวัน:

  • หน้าจอแสดงผล: ใช้หน้าจอพาเนล AMOLED ขนาด 1.34 นิ้ว รองรับฟังก์ชัน Always-on Display แสดงข้อมูลได้ชัดเจน
  • มิติและน้ำหนัก: ตัวเรือนผลิตจากวัสดุ อะลูมิเนียม (Aluminum Case) มีความหนาเพียง 11.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเบาเพียง 17.7 กรัม (ไม่รวมสายรัดข้อมือ)
  • การควบคุม: ติดตั้งปุ่มกดจริง (Physical button) บริเวณขอบด้านขวาของตัวเรือน เพื่อความสะดวกในการสั่งงานและเลื่อนเมนู
  • อินเทอร์เฟซแบบ Custom Tile: แม้จะไม่ได้ใช้งานระบบ WearOS เหมือน Pixel Watch 5 แต่ได้รับการปรับแต่งหน้าต่างเมนูแบบ Tile-based ที่ถอดแบบสไตล์ไอคอนและ Complications มาจาก Pixel Watch เพื่อการเหลือบดูข้อมูลที่รวดเร็ว

ฟังก์ชันไลฟ์สไตล์และการออกกำลังกายครบครัน รองรับ Google Maps

  • ฟีเจอร์อัจฉริยะ: รองรับการนำทางผ่าน Google Maps, การควบคุมเครื่องเล่นเพลง/สื่อบันเทิง, การแจ้งเตือนสายเรียกเข้า, ฟังก์ชันตอบกลับข้อความด่วน (Quick Replies) ตลอดจนนาฬิกาปลุกและตัวจับเวลา
  • โหมดออกกำลังกายกว่า 50 ชนิด: มาพร้อมโหมดออกกำลังกายมากกว่า 50 โหมด, มีระบบโค้ชแนะนำแบบเรียลไทม์ (Real-time guidance), ระบบตรวจจับกิจกรรมอัตโนมัติ และติดตั้ง GPS Tracking ในตัวสำหรับบันทึกเส้นทางกลางแจ้ง
  • การแสดงผลกิจกรรมประจำวัน: ตรวจวัดก้าวเดิน, การเผาผลาญ, พยากรณ์อากาศ, คุณภาพการนอนหลับ และอัตราการเต้นของหัวใจ

อัดแน่นเซนเซอร์สุขภาพระดับโปร: ECG, SpO2 และวัดอุณหภูมิผิวหนัง

แม้จะมีขนาดตัวเรือนที่กะทัดรัด แต่ Fitbit Edge ได้รับการติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพขั้นสูงเทียบเคียงสมาร์ตวอทช์เรือธง:

  • เซนเซอร์คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG): ใช้เซนเซอร์แบบตรวจวัดกระแสไฟฟ้าเพื่อบันทึกการทำงานของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
  • เซนเซอร์วัดออกซิเจนในเลือด (SpO2): ติดตั้งเซนเซอร์แสงสีแดงและอินฟราเรดเพื่อวัดความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด
  • เซนเซอร์วัดชีพจร PPG: เซนเซอร์แสงออปติคอลตรวจจับการเต้นของหัวใจอย่างต่อเนื่อง
  • เซนเซอร์วัดอุณหภูมิผิวหนัง (Far Field Skin Temperature): ช่วยติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิร่างกายขณะนอนหลับ

ฮาร์ดแวร์ประหยัดพลังงาน แบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 7 วัน กันน้ำลึก 50 เมตร

  • ชิปเซตประมวลผล: ขับเคลื่อนด้วยชิป Ambiq AP5 MCU สถาปัตยกรรมพลังงานต่ำ จับคู่กับหน่วยความจำ NOR Flash ขนาด 64MB
  • ความทนทาน: ได้รับมาตรฐานป้องกันน้ำและฝุ่นระดับ IP68 พร้อมคุณสมบัติกันน้ำลึกได้สูงสุด 50 เมตร (5 ATM) สวมใส่ว่ายน้ำได้
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่: บรรจุแบตเตอรี่ความจุ 65 mAh ซึ่งทาง Google เคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องสูงสุดถึง 7 วัน ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งสำหรับการใช้งานทั่วไป

ราคา ตัวเลือกสี และรุ่นพิเศษ Stephen Curry Edition

Google Fitbit Edge เปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) แล้วในบางภูมิภาค และจะเริ่มวางจำหน่ายจริงในวันที่ 27 ตุลาคมนี้

  • รุ่นมาตรฐาน: ราคา $180 (ประมาณ 6,400 บาท) มีให้เลือก 4 รูปแบบสี:
    1. ตัวเรือน Matte Black Aluminum พร้อมสายสีดำ Obsidian
    2. ตัวเรือน Satin Silver Aluminum พร้อมสายสีเทา Fog
    3. ตัวเรือน Satin Pyrite Aluminum พร้อมสายสีเขียว Olive
    4. ตัวเรือน Champagne Gold พร้อมสายสีส้มอิฐ Canyon
  • รุ่นพิเศษ Stephen Curry Special Edition: มาพร้อมตัวเรือน Satin Pyrite Aluminum และสายรัดข้อมือดีไซน์พิเศษ ราคา $220 (ประมาณ 7,800 บาท)

ที่มา : Gsmarena