Galaxy A18 5G เตรียมบอกลาชิป Exynos หันไปซบ Qualcomm Snapdragon แทน

มีรายงานล่าสุดว่า Samsung เตรียมปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การเลือกใช้ชิปเซตสำหรับสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นและระดับกลางในซีรีส์ใหม่อย่าง Galaxy A18 โดยในรุ่น Galaxy A18 5G มีแนวโน้มว่าจะโบกมือลาชิปเซต Exynos ของทางค่าย แล้วสลับไปใช้งานชิปเซตตระกูล Snapdragon จากค่าย Qualcomm แทน ส่วนรุ่นรองรับ 4G จะยังคงเลือกใช้โพรเซสเซอร์จาก MediaTek เช่นเดิม เหมือนกับที่เคยใช้ในรุ่น A16 4G และ A17 4G

การตัดสินใจเปลี่ยนจากชิปเซต Exynos 1330 (ที่มักถูกใช้ในรุ่น 5G ก่อนหน้านี้) มาเป็น Qualcomm ในรุ่น Galaxy A18 5G แหล่งข่าวระบุว่ามีแรงผลักดันหลักมาจากเรื่อง “การควบคุมต้นทุนการผลิต” มากกว่าเรื่องของการอัปเกรดความแรงแบบก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของ Qualcomm ในด้านความเสถียรของการเชื่อมต่อ 5G และการประหยัดพลังงานที่ยอดเยี่ยม ก็น่าจะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ได้รับการอัปเกรดให้คุ้มค่ายิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า

ไทม์ไลน์การผลิตและกำหนดการเปิดตัว

แผนการผลิตของสมาร์ตโฟนซีรีส์นี้เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • Galaxy A18 4G (รหัสโมเดล SM-A185F): คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจำนวนมาก (Mass Production) อย่างเร็วที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคม 2026 นี้ โดยจะเริ่มกำลังการผลิตที่ประมาณ 100,000 เครื่องต่อเดือน ก่อนจะค่อย ๆ เร่งกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นในภายหลัง
  • Galaxy A18 5G: คาดว่ากระบวนการผลิตจะเริ่มต้นตามหลังรุ่น 4G มาในอีกไม่กี่เดือนถัดไป

สรุปข้อมูลสเปกที่คาดการณ์ของซีรีส์ Galaxy A18

แม้ว่าสเปกอย่างเป็นทางการจะยังคงถูกปิดเงียบ แต่คาดว่าซีรีส์นี้จะยังคงรักษาจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล A-Series เอาไว้ได้อย่างดี โดยอ้างอิงจากรุ่นพี่อย่าง A17 ที่มาพร้อมสเปกพื้นฐานที่น่าสนใจ ดังนี้

ฟีเจอร์ (Features)สเปกที่คาดการณ์ (Expected Specs)
หน้าจอแสดงผลSuper AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว (อัตรารีเฟรชเรต 90Hz)
กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (50MP)
แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จความจุ 5,000mAh / รองรับชาร์จไว 25W
มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP54
ระบบปฏิบัติการคาดว่ามาพร้อม Android 17 และ One UI 9 ตั้งแต่แกะกล่อง

นอกจากนี้ จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Samsung เหนือกว่าคู่แข่งในระดับราคาเดียวกันคือ การสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่ยาวนาน โดยคาดว่าจะรองรับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ (OS Upgrades) และแพตช์ความปลอดภัยยาวนานถึง 6 ปี ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบครั้งใหญ่สำหรับผู้ซื้อที่มองหามือถือราคาสบายกระเป๋าแต่ใช้งานได้ยาว ๆ

การปรับตัวเพื่อสู้กับแบรนด์จีน

การเลือกใช้ชิปเซตจาก MediaTek และ Qualcomm ที่ผ่านการพิสูจน์เรื่องประสิทธิภาพมาแล้วในตลาด ถือเป็นการเดินเกมที่ชาญฉลาดและเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ของ Samsung ในสภาวะที่แบรนด์สมาร์ตโฟนจากจีนกำลังรุกตลาดอย่างหนักด้วยการยัดสเปกแรงในราคาต่ำ ซึ่งหลังจากนี้หากเข้าใกล้ช่วงเปิดตัว คาดว่าจะมีข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นชิปเซตที่แน่ชัด สเปกหน้าจอ กล้องถ่ายภาพ รวมถึงราคาในแต่ละภูมิภาคหลุดออกมาให้เราได้เห็นกันเพิ่มเติมอย่างแน่นอน

ที่มา : Gizmochina