ขับน้อยก็มีปัญหา! ทำไมรถยุโรปต้องใส่ใจแบตเตอรี่เป็นพิเศษ

ซื้อรถมาดี ดูแลตามระยะ และไม่ได้ขับทุกวัน ฟังดูแล้วรถน่าจะมีปัญหาน้อยกว่ารถที่ใช้งานเป็นประจำ แต่สำหรับเจ้าของรถยุโรป โดยเฉพาะรถสปอร์ต รถที่ขับเฉพาะวันหยุด หรือรถที่ต้องจอดอยู่ในโรงรถหลายวัน เรื่องแบตเตอรี่อาจไม่ได้เป็นแบบนั้นเสมอไป

บางคันจอดไว้เพราะช่วงนั้นไม่ได้ใช้ พอกลับมาขับอีกครั้งเริ่มเจอไฟเตือน ระบบไฟทำงานผิดปกติ หรือรถสตาร์ทไม่ติด ทั้งที่ก่อนจอดยังใช้งานได้ตามปกติ

สาเหตุหนึ่งที่ควรเช็กคือแบตเตอรี่ 12V เพราะถึงรถจะจอดอยู่ ระบบไฟฟ้าบางส่วนก็ยังทำงาน และรถยุโรปรุ่นใหม่เองก็มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายระบบที่ต้องใช้ไฟจากแบตเตอรี่

ทำไมรถยุโรปที่ขับน้อยถึงต้องใส่ใจเรื่องแบตเตอรี่?

รถยุโรปรุ่นใหม่อย่าง BMW, Mercedes-Benz, Porsche หรือ Audi มีระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมการทำงานหลายส่วน ตั้งแต่ระบบความปลอดภัย ระบบ Comfort และ Infotainment ไปจนถึงชุดควบคุมต่าง ๆ ภายในรถ

เมื่อดับเครื่องและล็อกรถ ระบบที่ใช้ไฟไม่ได้หยุดทำงานพร้อมกันทั้งหมด บางระบบยังทำงานหรืออยู่ในสถานะพร้อมใช้งานขณะจอด โดยใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ 12V

ถ้ารถถูกนำออกมาขับเป็นประจำ แบตเตอรี่ก็มีโอกาสได้รับการชาร์จกลับระหว่างใช้งาน แต่ถ้ารถคันนั้นจอดต่อเนื่องหลายวัน แบตเตอรี่ยังต้องจ่ายไฟให้ระบบบางส่วน ขณะที่โอกาสชาร์จกลับจากการขับลดลง

จากตั้งใจว่าจะจอดแค่สองสามวัน บางครั้งกลายเป็นหนึ่งหรือสองสัปดาห์ พอกลับมาใช้รถอีกทีจึงอาจเริ่มเจอสตาร์ทช้าลง มีไฟเตือน หรือระบบไฟบางอย่างทำงานผิดปกติ

เอารถออกมาขับสักรอบ ช่วยเรื่องแบตเตอรี่ได้แค่ไหน?

เจ้าของรถหลายคนน่าจะเคยทำแบบนี้ พอรู้ว่า BMW หรือ Porsche จอดมาหลายวัน ก็หาเรื่องเอาออกไปซื้อกาแฟ กินข้าว หรือขับเล่นสักรอบ อย่างน้อยรถได้ทำงานและระบบชาร์จได้เติมไฟกลับเข้าแบตเตอรี่

การขับรถช่วยชาร์จแบตเตอรี่กลับได้ แต่ถ้าออกไปเพียงช่วงสั้น ๆ ไฟที่ชาร์จกลับอาจไม่พอในบางสถานการณ์ เพราะตั้งแต่สตาร์ทรถก็มีการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แล้ว ระหว่างทางยังมีระบบไฟฟ้าหลายส่วนทำงานพร้อมกัน

จึงไม่มีระยะทางเดียวที่บอกได้ว่าต้องขับกี่กิโลเมตรถึงจะเพียงพอ เพราะยังขึ้นอยู่กับสภาพและอายุของแบตเตอรี่ ระบบชาร์จของรถ อุณหภูมิ และการใช้ไฟในรถด้วย

ถ้ารูปแบบการใช้รถคือจอดหลายวัน แล้วเอาออกมาขับใกล้ ๆ เป็นครั้งคราว การขับสั้น ๆ อาจยังไม่พอสำหรับแบตเตอรี่บางลูก โดยเฉพาะเมื่อระดับประจุลดลงไปก่อนแล้ว

รู้ว่าต้องจอดยาว ดูแลแบตเตอรี่ไว้ก่อนดีกว่า

ถ้ารู้อยู่แล้วว่าช่วงนี้รถคงไม่ได้ออกจากโรงรถอีกหลายวัน จะเป็นรถสปอร์ตที่รอขับวันหยุด ช่วงที่เจ้าของเดินทาง หรือแค่ไม่ได้มีเหตุให้ต้องใช้รถคันนั้น การดูแลแบตเตอรี่ไว้ระหว่างจอดก็ช่วยลดโอกาสที่จะกลับมาเจอแบตเตอรี่อ่อนในวันที่ต้องใช้รถ

สำหรับรถที่มีช่วงจอดยาวเป็นประจำ เครื่องชาร์จที่มีระบบ Maintenance จะเข้ามาช่วยชาร์จและดูแลระดับประจุของแบตเตอรี่ระหว่างที่รถไม่ได้ใช้งาน แทนที่จะต้องคอยเอารถออกมาขับเพียงเพื่อเติมไฟกลับเข้าแบตเตอรี่

เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK มีระบบการชาร์จและดูแลแบตเตอรี่สำหรับรถที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับรถยุโรปที่ต้องจอดหลายวันหรือมีช่วงพักการใช้งานนาน

แต่ก่อนต่อเครื่องชาร์จเข้ากับรถ ต้องดูแบตเตอรี่ของรถคันนั้นก่อนว่าเป็นประเภทใด ใช้แรงดันและความจุเท่าไร รวมถึงเช็กวิธีการชาร์จและจุดเชื่อมต่อตามที่ผู้ผลิตรถกำหนด เพราะ BMW รุ่นหนึ่งอาจใช้แบตเตอรี่ไม่เหมือน BMW อีกรุ่น และรถรุ่นเดียวกันแต่ต่างปีก็อาจมีรายละเอียดต่างกันได้

ถ้าไม่แน่ใจว่ารถใช้แบตเตอรี่แบบไหน การเช็กคู่มือรถหรือข้อมูลบนแบตเตอรี่ลูกที่ติดตั้งอยู่ จะตรงกว่าการเลือกเครื่องชาร์จจากยี่ห้อรถเพียงอย่างเดียว

แล้วถ้าเป็นรถยุโรป EV ต้องดูอะไรเพิ่ม?

ถ้าเป็น Porsche Taycan, BMW กลุ่มรถไฟฟ้า, Mercedes-Benz EQ หรือรถยุโรป EV รุ่นอื่น เวลาพูดถึงแบตเตอรี่ เรามักนึกถึงแบตเตอรี่แรงดันสูงที่ใช้ขับเคลื่อนก่อน ทั้งเปอร์เซ็นต์แบต ระยะทางที่เหลือ และการชาร์จรถ

แต่ EV หลายรุ่นยังมีแบตเตอรี่แรงดันต่ำแยกจากแบตเตอรี่ที่ใช้ขับเคลื่อน สำหรับจ่ายไฟให้ระบบควบคุมและอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ของรถ ถ้าแบตเตอรี่ส่วนนี้มีประจุไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้รถเปิดระบบไม่ได้ มีข้อความเตือน หรือระบบไฟบางส่วนทำงานผิดปกติได้ แม้แบตเตอรี่ขับเคลื่อนจะยังเหลืออยู่ก็ตาม

สำหรับรถที่ใช้ระบบ 12V เจ้าของรถจึงควรดูแล แบตเตอรี่รถไฟฟ้า 12V ควบคู่ไปกับแบตเตอรี่ขับเคลื่อน โดยเฉพาะรถที่ไม่ได้ใช้งานทุกวันหรือมีช่วงที่ต้องจอดต่อเนื่องหลายวัน

CTEK แบรนด์เครื่องชาร์จแบตเตอรี่จากสวีเดน มีประสบการณ์ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีชาร์จและดูแลแบตเตอรี่รถยนต์ และได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกให้ผลิตเครื่องชาร์จแบบ OEM ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz, Porsche, BMW, Audi, Ferrari, Lamborghini, Rolls-Royce, Bentley และ McLaren จึงเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เจ้าของรถยุโรป รถสปอร์ต และ Supercar เลือกใช้ในการดูแลแบตเตอรี่ โดยเฉพาะรถที่ไม่ได้ขับทุกวันหรือมีช่วงที่ต้องจอดนาน