เอไอเอส ผู้นำ 5G เบอร์ 1 ตัวจริง โชว์ Real Case การนำ 5G มาประยุกต์ใช้งานในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย!

 

ในช่วงตลอดปี 2562 ที่ผ่านมา เอไอเอสได้มีการนำ Use Case 5G ไปให้พี่น้องทุกภาคทั่วไทยได้สัมผัสกับเทคโนโลยี 5G กันอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการบังคับรถไร้รถขับ 5G Remote Control Vehicle ผ่านการสั่งงานระยะไกลแบบเรียลไทม์ บนเครือข่าย 5G,  โชว์สาธิตบังคับโดรน ข้ามภูมิภาค, ทดลองใช้งานโทร VDO Call ข้ามภูมิภาค จากกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ – หาดใหญ่ ผ่านเครือข่าย 5G LIVE Network ด้วยดีไวซ์ที่รองรับ 5G และ Use Case อื่น ๆ อีกมากมายที่มีการจัดแสดงตลอดปี 62 สามารถเข้าไปติดตามและอัปเดตความเคลื่อนไหวเทคโนโลยี 5G จากค่ายเอไอเอสได้ที่นี่  AIS 5G

 

ล่าสุดเอไอเอสในฐานะ Digital Life Service Provider พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำ 5G เบอร์ 1 ตัวจริงของเมืองไทย ด้วยการจับมือกับองค์กรชั้นนำอย่าง เอสซีจีและภาคการศึกษา มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ ผนึกกำลังร่วมทดลองทดสอบการใช้งานจริง 5G ในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จ เป็นรายแรกของไทย ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. โดยมีไฮไลท์หลักที่น่าสนใจดังนี้

1. นำเทคโนโลยี 5G ยกระดับอุตสาหกรรม 4.0 โดยร่วมกันพัฒนารถยกต้นแบบ ให้สามารถควบคุมผ่านระยะไกลบนเครือข่าย 5G จากเอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ กรุงเทพฯ – โรงงานของเอสซีจี จ. สระบุรี โดยผู้ควบคุมรถ ไม่ต้องอยู่ที่เดียวกับรถ

แต่สามารถควบคุมรถให้เคลื่อนย้ายสิ่งของจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดที่ต้องการได้แบบเรียลไทม์และแม่นยำ ช่วยเพิ่มผลิตผลให้ธุรกิจ สามารถต่อยอดไปสู่การฝึกอบรมพนักงานทางไกล และเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยงสูง

ซึ่งถือเป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมต่างๆ ในประเทศไทย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงกับธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้

2. พร้อมกันนี้ เอไอเอส และเอสซีจี ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงในการร่วมวิจัย และพัฒนานวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเครือข่าย 5G ในโครงการอื่นๆ ตลอดจน ร่วมพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพพร้อมแข่งขันบนโลกยุคดิจิทัล เป้าหมายเพื่อร่วมกันสร้าง 5G Ecosystem ของการพัฒนานวัตกรรมที่ยั่งยืน ช่วยยกระดับภาคอุตสาหกรรมไทย และคุณภาพชีวิตของคนไทยไปอีกขั้น มุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0

รับชมคลิปการทดสอบใช้งานจริง  “รถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G ”

สำหรับโครงการ “การพัฒนารถ Forklift ขับเคลื่อนระยะไกลด้วยเครือข่าย 5G” สามารถช่วยลดอาการเหนื่อยล้าและป้องกันอันตรายจากการทำงานของพนักงานได้อีกทางหนึ่งด้วย โดยเป็นการควบคุมผ่านระยะไกลบนเครือข่าย 5G จากเอสซีจี สำนักงานใหญ่บางซื่อ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ไปยังโรงงานของเอสซีจีที่ จ. สระบุรี ซึ่งนับเป็นต้นแบบให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ในประเทศไทย สามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงกับธุรกิจทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้

และนอกจากนี้ยังสามารถต่อยอดพัฒนานำไปใช้งานเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในงานที่มีความเสี่ยง เช่น การทำงานของเครื่องจักรบริเวณเหมืองและเตาเผาปูนซีเมนต์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เช่น การเพิ่มความเร็วในส่งผ่านข้อมูลขนาดใหญ่จากโรงงานในหลากหลายพื้นที่มายังศูนย์ควบคุมส่วนกลางเพื่อให้บริหารจัดการข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ และการเสริมประสิทธิภาพให้ธุรกิจโลจิสติกส์ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดีขึ้นเป็นต้น

การที่เอไอเอสได้สร้าง Awareness ด้าน 5G มาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลก และสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้งเหล่าพันธมิตรชั้นนำด้านเทคโนโลยี ที่ได้ร่วมกันศึกษา ทดลอง ทดสอบเทคโนโลยี 5G อย่างต่อเนื่อง ภายใต้การสนับสนุนของ กสทช. จนสามารถนำมาใช้งานได้จริงในภาคในภาคอุตสาหกรรมได้สำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย จึงเป็นการการันตีได้ถึงวิสัยทัสน์และความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรมเพื่อยกระดับและสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในทุกภาคส่วน

ฉะนั้น 5G จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของมือถือ ไม่ใช่แค่ความเร็วของเครือข่ายเพียงอย่างเดียว แต่เทคโนโลยี 5G คือกุญแจสำคัญที่จะเข้ามาพลิกโฉมสังคมไทย

พร้อมยกระดับขีดความสามารถของทุกอุตสาหกรรมไปอีกขั้น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการรายใหญ่ / รายย่อย, ธุรกิจ SME, Smart City, Smart Farm รวมถึงผู้บริโภคทั่ว ๆ ไปอีกด้วย