Aeva เลือกใช้ชิป Cadence เร่งพัฒนาเทคโนโลยี 4D LiDAR ยกระดับยานยนต์และหุ่นยนต์อัจฉริยะ

Cadence (Nasdaq: CDNS) ประกาศว่า Aeva ผู้นำด้านระบบเซ็นเซอร์และเทคโนโลยีการรับรู้ยุคใหม่ ได้เลือกใช้งาน Cadence® Tensilica® Vision DSP IP เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประมวลผลสัญญาณในระบบ 4D LiDAR ของบริษัท ซึ่งช่วยรองรับการพัฒนาโซลูชันที่มีความยืดหยุ่นและสามารถขยายการใช้งานได้สำหรับอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และยานยนต์

โดยความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบ LiDAR ประสิทธิภาพสูงที่ใช้พลังงานต่ำ และได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการประมวลผลแบบเรียลไทม์และเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติอย่างเต็มรูปแบบ

เทคโนโลยี LiDAR มีบทบาทสำคัญในการสร้างแผนที่แบบ 3 มิติและการตรวจจับวัตถุอย่างแม่นยำ สำหรับการใช้งานในหุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับ ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม รวมถึงแอปพลิเคชันด้าน Physical AI อื่นๆ ที่ทำงานบริเวณ Edge โดยจุดเด่นของ LiDAR คือความสามารถในการให้ข้อมูลเชิงลึกที่มีความละเอียดสูง

ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบความปลอดภัยและการนำทาง ขณะที่เทคโนโลยี 4D LiDAR ของ Aeva ได้ยกระดับความสามารถไปอีกขั้น ด้วยการตรวจจับทั้ง “ตำแหน่ง” และ “ความเร็ว” ได้พร้อมกัน ช่วยให้อุปกรณ์อัตโนมัติสามารถตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาด แม่นยำ และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

Cadence Tensilica Vision DSP ได้รับการออกแบบให้ผสานทั้งความสามารถด้านการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและความยืดหยุ่นในการปรับแต่งการทำงาน ช่วยให้ Aeva สามารถพัฒนาและขยายระบบประมวลผล LiDAR ได้อย่างคล่องตัว รองรับการปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานเฉพาะด้านได้มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ สถาปัตยกรรมที่เน้นการใช้พลังงานต่ำ รวมถึงเทคโนโลยี Tensilica Instruction Extension (TIE) ซึ่งรองรับการปรับแต่งชุดคำสั่งเฉพาะ ยังช่วยให้ Tensilica DSP เหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานประมวลผลสัญญาณแบบเรียลไทม์ ที่ต้องการทั้งความรวดเร็ว ความแม่นยำ และประสิทธิภาพด้านพลังงานในระดับสูง

เจมส์ รอยเธอร์ (James Reuther) ประธานวิศวกรของ Aeva กล่าวว่า “เทคโนโลยี DSP ของ Cadence มอบทั้งความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการประมวลผลที่ช่วยให้เราสามารถยกระดับขีดความสามารถด้านการรับรู้และพัฒนาโซลูชันที่รองรับการขยายตัวได้สำหรับลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมและยานยนต์

การผสาน Tensilica Vision DSP เข้ากับระบบ LiDAR เจเนอเรชันใหม่ของ Aeva ช่วยให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากฮาร์ดแวร์ที่ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่นของ Cadence ควบคู่กับชุดซอฟต์แวร์ไลบรารีที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างครบถ้วน เพื่อเร่งการพัฒนานวัตกรรมและนำเทคโนโลยีการตรวจจับขั้นสูงออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น”

อมอล บอร์การ์ (Amol Borkar) ผู้อำนวยการกลุ่มฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์และการตลาดสำหรับ Tensilica DSPs ของ Cadence กล่าวว่า “Cadence มุ่งมั่นในการสนับสนุนลูกค้าให้สามารถพัฒนาระบบที่ชาญฉลาด ปลอดภัย และเชื่อมต่อถึงกันได้ดียิ่งขึ้น

สำหรับการใช้งานด้าน Edge และ Physical AI พร้อมทั้งรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Aeva ในการยกระดับเทคโนโลยีการรับรู้ผ่านนวัตกรรม 4D LiDAR อันล้ำสมัย Tensilica DSP ของเราช่วยให้ผู้พัฒนา SoC สามารถสร้างความแตกต่างทั้งในด้านประสิทธิภาพและการประหยัดพลังงาน สำหรับแอปพลิเคชันยุคใหม่ที่ต้องการการตอบสนองรวดเร็วและมีค่า Latency ต่ำ อย่างเช่นระบบ LiDAR”

Aeva ถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทชั้นนำที่เข้ามาใช้ Tensilica Vision DSP เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมด้านหุ่นยนต์อุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติ และแอปพลิเคชันด้าน Physical AI ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โดย Tensilica Vision DSP มาพร้อมชุดซอฟต์แวร์ไลบรารีระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับการทำงานด้าน Neural Network, Computer Vision, ระบบ Simultaneous Localization and Mapping (SLAM), Radar รวมถึงการประมวลผล Point Cloud ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ Tensilica DSP ยังมาพร้อม NeuroWeave SDK ซึ่งเป็น Neural Network Compiler เจเนอเรชันที่ 3 ที่ช่วยรองรับการทำงานของเครือข่าย AI รุ่นใหม่ๆ ที่กำลังถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในกลุ่มเทคโนโลยี LiDAR ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในงานด้าน ADAS, Radar, ระบบเสียง และการประมวลผลภาพ Tensilica DSP จึงยังคงเป็นโซลูชัน Processor IP ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านประสิทธิภาพสูง การใช้พลังงานต่ำ และความสามารถในการปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่นสำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่