เผยสเปค หูฟังคลิปออน Xiaomi รุ่นแรก! มาพร้อมไดรเวอร์ 11mm รองรับ LHDC 5.0 และฟีเจอร์ AI ล้ำสมัย

เสียวหมี่ (Xiaomi) เตรียมพร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดเครื่องเสียงประเภท Open-ear ที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งหูฟังไร้สายแบบหนีบหู หรือ หูฟังคลิปออน Xiaomi รุ่นแรกของแบรนด์ลงสู้ศึก โดยล่าสุดทางบริษัทได้เผยข้อมูลสเปคแรกอย่างเป็นทางการก่อนการเปิดตัวในช่วงปลายเดือนนี้ ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความสบายในการสวมใส่ ดีไซน์น้ำหนักเบา และฟีเจอร์อัจฉริยะที่เชื่อมโยงกับระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ Xiaomi ได้อย่างลงตัว

ตัวหูฟังแต่ละข้างมีน้ำหนักเพียงประมาณ 5.5 กรัม เท่านั้น ซึ่งช่วยให้สามารถสวมใส่ได้สบายเป็นเวลานานโดยไม่เกิดแรงกดทับภายในช่องหูเหมือนหูฟังประเภท In-ear ทั่วไป ทั้งนี้ Xiaomi ระบุว่าโครงสร้างของหูฟังใช้ลวดไทเทเนียมจดจำรูปทรง (Memory Titanium Wire) ควบคู่กับรูปทรงโค้งมนแบบเลียนแบบชีวภาพ (Biomimetic Curved Shape) เพื่อช่วยให้ยึดเกาะกับใบหูได้อย่างแน่นหนาแต่ยังคงความรู้สึกสบายขณะสวมใส่

ดีไซน์หรูหรา ทันสมัย

เรื่องของดีไซน์ถือเป็นจุดขายหลักของหูฟังรุ่นนี้ โดยตัวหูฟังมาพร้อมกับพื้นผิวแบบมันวาว (Glossy Finish) ผสานเข้ากับส่วนขับเสียงทรงกลมแบบโปร่งใส และพื้นผิวลายโลหะบริเวณตัวเรือนด้านนอก โดยในเบื้องต้น Xiaomi ได้เผยโฉมสีสันออกมาให้เห็นกันแล้ว 2 สี ได้แก่ สีทองซาติน (Satin Gold) และสีขาวมุก (Pearl White)

จัดเต็มเรื่องคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res

ในด้านประสิทธิภาพเสียง หูฟังคลิปออน Xiaomi เลือกใช้ไดรเวอร์ขนาด 11 มิลลิเมตร (11mm Driver) พร้อมไดอะแฟรมเคลือบโลหะ นอกจากนี้ยังรองรับตัวแปลงสัญญาณเสียงความละเอียดสูงอย่าง LHDC 5.0 และได้รับการรับรองคุณภาพเสียง Hi-Res Audio ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับการเล่นเสียงไร้สายคุณภาพสูงบนอุปกรณ์ที่รองรับได้อย่างเต็มอิ่ม

ระบบจัดการเสียงสนทนาและเทคโนโลยีลดเสียงเล็ดลอด

คุณภาพการโทรและการสนทนาเป็นอีกหนึ่งจุดที่ Xiaomi ให้ความสำคัญ โดยหูฟังรุ่นนี้มาพร้อมกับระบบไมโครโฟน 3 ตัว ทำงานร่วมกับเซนเซอร์ VPU และระบบลดเสียงรบกวนด้วย AI ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเทคโนโลยีคลื่นเสียงย้อนกลับ (Reverse Sound Wave Technology) ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยลดปัญหาเสียงเล็ดลอดออกสู่ภายนอก ซึ่งมักจะเป็นข้อจำกัดอันใหญ่หลวงของหูฟังดีไซน์แบบ Open-ear

เสริมความอัจฉริยะด้วยฟีเจอร์ AI

Xiaomi ยังได้เพิ่มฟีเจอร์ที่เน้นการทำงานของ AI เข้ามาอีกมากมาย รวมถึง:

  • ระบบแปลภาษาแบบเรียลไทม์ (Real-time Translation): รองรับการแปลภาษามากถึง 21 ภาษา
  • ระบบบันทึกเสียง (Voice Recording)
  • ระบบสรุปเนื้อหาอัตโนมัติ (Automatic Summaries)

อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ AI ส่วนใหญ่อาจจำเป็นต้องพึ่งพาระบบนิเวศของ Xiaomi และการรองรับจากผู้ช่วยอัจฉริยะ Xiao AI เป็นหลัก

แม้ว่าในขณะนี้ทาง Xiaomi จะยังไม่ได้ยืนยันเรื่องอายุการใช้งานแบตเตอรี่หรือราคาอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าหูฟังรุ่นนี้จะเปิดตัวภายในสิ้นเดือนนี้ และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะถูกเผยโฉมพร้อมกับผลิตภัณฑ์ใหม่อื่นๆ ของ Xiaomi เช่น Mi Band 10 Pro และ Xiaomi 17 Max อีกด้วย

ที่มา : Gizmochina