Robinhood แอปส่งอาหาร เลือก AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์

บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services, Inc. หรือ AWS) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Amazon.com ประกาศว่าทีมพัฒนาของ Robinhood แอปพลิเคชันจัดส่งอาหารได้เลือก AWS เป็นผู้ให้บริการคลาวด์เพื่อเพิ่มความคล่องตัว นวัตกรรม และประสิทธิภาพ ในการพัฒนา

โดยใช้ประโยชน์จากการให้บริการคลาวด์ของ AWS ที่มีความโดดเด่นในด้านบริการและเครื่องมือหรือคุณสมบัติในแต่ละบริการที่ครอบคลุมและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นบริการคอนเทนเนอร์ ฐานข้อมูล การประมวลผล และการเรียนรู้ของระบบ (machine learning) เพื่อรองรับร้านอาหาร พนักงานส่งอาหาร และลูกค้าหลายพันคนในกรุงเทพฯเข้ามาใช้บริการแอปนี้

นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนตุลาคม 2563 แอปบนโทรศัพท์มือถือนี้สร้างขึ้นภายในเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น และถือเป็นแอปส่งอาหารแรกในประเทศไทยที่ไม่คิดค่าบริการจากยอดขาย (GP หรือ Gross Profit) จากผู้ขายอาหารรายย่อยที่กำลังเผชิญความยากลำบากทางการเงินในช่วงโควิด-19 ทำให้ร้านอาหารได้เงินเต็มทุกบาททุกสตางค์จากการขายผ่าน Robinhood ช่วยให้ร้านอาหารรายย่อยกว่า 80,500 ราย และพนักงานส่งของ 13,000 คนทั่วกรุงเทพฯ มีรายได้มากขึ้น 

ค่า GP ที่ร้านอาหารถูกเรียกเก็บจากแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีในเมืองไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 30 – 35% ของการสั่งซื้อแต่ละครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องยากสําหรับร้านอาหารเล็ก ๆ ที่จะทํากําไร ในฐานะที่โรบินฮู้ดมีจุดเริ่มต้นจากการเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ที่มุ่งช่วยเหลือร้านอาหารขนาดเล็กในการเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยบริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด (Purple Ventures Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ SCB 10X ภายใต้กลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ ได้พัฒนาแอป โรบินฮู้ด ขึ้นโดยใช้ระบบคลาวด์

โรบินฮู้ด มีการใช้งานบริการต่างๆของ AWS เช่น Amazon Elastic Kubernetes Service (Amazon EKS) ซึ่งให้ความยืดหยุ่นในการเริ่มต้น และยังสามารถปรับระบบเพื่อขยายขนาดของแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดายในเวลาที่ต้องการประสิทธิภาพที่มากขึ้น ทีมพัฒนาได้นำ service ของร้านค้า ลูกค้า ไรเดอร์ และการธุรกรรมพื้นฐานต่างๆของ โรบินฮู้ด มาสร้างเป็นคอนเทนเนอร์ เพื่อทำงานบน Amazon EKS ซึ่งช่วยลดเวลาในการบริหารและจัดการ Kubernetes Cluster ได้อย่างมาก 

นอกจากนี้ โรบินฮู้ด ยังใช้ Amazon Aurora MySQL ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ (relational database) ประสิทธิภาพสูงที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะสำหรับระบบคลาวด์เพื่อประมวลผลคําสั่งซื้ออาหาร โดยระบบรองรับรายการสั่งอาหารสูงสุดถึง 3,000 รายการต่อนาที ซึ่งในการประมวลผลคำสั่งซื้อจำนวนมากนั้น ได้มีการนำ AWS Batch เข้ามาช่วยประมวลผลงานหลังบ้าน ทําให้การประมวลผลแบบหลายขั้นตอนสามารถทำได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ ช่วยประมวลผลคำสั่งซื้อได้อย่างรวดเร็วและสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับลูกค้า

ตัวอย่างเช่น โรบินฮู้ด สามารถโอนเงินค่าส่งและค่าสินค้าไปยัง ไรเดอร์ และร้านอาหารภายในเวลา 1 ชั่วโมง หรือทำการคืนเงินได้ทันทีที่รายการถูกยกเลิก AWS Batch ยังช่วยสร้างข้อมูลการแนะนําร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ลูกค้าแต่ละรายมากที่สุดเพื่อลดเวลาในการจัดส่งอาหารลงได้ถึง 50% นอกจากนี้ การใช้ Amazon SageMaker ซึ่งเป็นบริการทำหน้าที่สร้าง เทรนโมเดล machine learning บนคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้ โรบินฮู้ด ช่วยให้สามารถให้คำแนะนำร้านอาหารที่เหมาะสมกับลูกค้าจำนวนมากกว่า 926,000 คนได้อย่างง่ายดาย

คุณสีหนาท ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพอร์เพิล เวนเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า “โรบินฮู้ดมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยร้านอาหารในไทยนับพันรายที่ได้รับผบกระทบอย่างมากจากสถานการณ์โรคระบาดในปัจจุบัน เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ให้ความช่วยเหลือแก่ร้านอาหารเล็กๆเหล่านี้ที่ต้องพึ่งพาลูกค้าที่เดินเข้าไปที่ร้านเป็นหลัก ให้สามารถขายอาหารได้ โดยการพัฒนา Robinhood เพื่อช่วยให้ลูกค้าสั่งอาหารได้แม้จะไม่ได้ไปที่ร้าน

และการที่เราไม่คิดค่าธรรมเนียมจากร้านอาหาร เพอร์เพิล เวนเจอร์ส ช่วยให้ร้านเล็กๆ เหล่านี้สามารถใช้แอปเพื่อขายสินค้าของพวกเค้าได้  ด้วยการใช้บริการคลาวด์ของ AWS ทำให้เราสามารถขยายเทคโนโลยีเพื่อรองรับผู้ใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนการ ที่จะขยายบริการออกไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยทั่วประเทศให้มากขึ้น”

คอเนอร์ แมคนามารา กรรมการผู้จัดการภูมิภาคอาเซียน บริษัท อะเมซอน เว็บเซอร์วิสเซส กล่าวว่า “ AWS มีความยินดีที่ได้ร่วมกับ ทีมผู้พัฒนาในการสร้างแอป Robinhood ได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้คลาวดเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาใหม่ๆ ให้แก่ร้านอาหารเล็กๆ ในประเทศไทย  การใช้ AWS ในฐานะผู้ให้บริการคลาวด์สำหรับแอป Robinhood นั้น ช่วยให้ Purple Ventures สามารถเข้าถึงบริการคลาวด์ที่ครอบคลุมและเชี่ยวชาญที่สุด เพื่อพัฒนานวัตกรรม และช่วยให้ผู้ประกอบการร้านอาหารรายย่อยสามารถเพิ่มผลกำไรและขยายฐานลูกค้าได้”