รีวิว Xiaomi Mi 10T Pro สมาร์ตโฟนเรือธง 5G จัดเต็มด้วยสเปคสุดแรง ราคาจับต้องได้ !!!

เปิดตัวและวางจำหน่ายในบ้านเราไปได้สักพักนึงแล้วสำหรับ Xiaomi Mi 10T Pro หนึ่งสมาร์ตโฟนเรือธงตระกูล Mi 10T Series ที่มาพร้อมสเปคแรงแบบจัดเต็มไม่แพ้รุ่นเรือธงของค่ายตัวเอง แต่มีราคาถูกกว่าเพียงหมื่นกลางๆ เท่านั้น ซึ่งได้รับกระแสตอบรับแรงเกินคาด

ด้วนจุดเด่นหน้าจอขนาด 6.67 นิ้ว ที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงถึง 144Hz ใช้ชิปเซ็ตระดับเรือธง Snapdragon 865 จาก Qualcomm รวมทั้งติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว ความละเอียด 108MP, ใช้แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จเร็ว 33W และรองรับ 5G พร้อมใช้งานในบ้านเรา

นอกจากสเปกดังกล่าวแล้ว Xiaomi Mi 10T Pro ยังอัดแน่นด้วยคุณสมบัติการใช้งานอย่างครบครันอีกด้วย เชื่อว่าหลายคนที่ยังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อดีไหม? ลองมาดูรีวิวกันก่อนได้ครับ

Xiaomi Mi 10T Pro

สเปกเบื้องต้น Xiaomi Mi 10T Pro

ขนาด165.1 x 76.4 x 9.33 มม.
น้ำหนัก218 กรัม
หน้าจอIPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (395 ppi) ขนาด 6.67 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz, รองรับ HDR10, sRGB, ความสว่าง 500 nits (typ) ความสว่างสูงสุด 650 nits (typ) และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5
หน่วยประมวลผลใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.84GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM8250 Snapdragon 865 (7 nm+), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 650
RAM8GB แบบ LPDDR5
หน่วยความจำภายในเครื่อง128GB/256GB แบบ UFS 3.1
microSD Cardไม่รองรับ
ระบบปฏิบัติการOxygenOS 11 based on Android 11
เชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.1, support A2DP, LE, aptX HD, aptX Adaptive
NFC
Infrared port
GPS dual-band A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS
กล้องถ่ายภาพกล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED 
– กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung HMX รูรับแสง f/1.69, ซูมดิจิตอลสูงสุด 30x, เลนส์ 7P, OIS, FOV 82° และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายระยะใกล้สุด 2-10 ซม.

กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล Ultra-clear เซ็นเซอร์ Samsung S5K3T2 รูรับแสง f/2.2, ซุปเปอร์พิกเซล 4-in-1 ถึง 1.6μm
รองรับระบบDual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม รองรับ 4G/5G แบบ Dual Mode (SA/NSA)
5G: n1/n3/n7/n8/n20/n28/n38/n41/n77/n78
4G: LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/20/28/32
4G: LTE TDD: B38/40/41
3G: WCDMA:B1/2/4/5/8
2G: GSM: B2/3/5/8
แบตเตอรี่5000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว Fast charging 33W
สีCosmic Black, Lunar Silver และ Aurora Blue
ราคาRAM 8+128GB ราคา 13,990 บาท / RAM 8+256GB ราคา 15,990 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ Xiaomi Mi 10T Pro  เป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำ ด้านหน้ากล่องมุมซ้ายด้านบนระบุความละเอียดกล้อง 108 ล้านพิกเซล ด้านขวาเป็นโลโก้ Xiaomi ถัดลงมามีชื่อรุ่น 10T Pro 5G

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Mi 10T Pro
  • อะแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W
  • สายดาต้าลิงค์แบบ USB Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • คู่มือการใช้
  • ใบรับประกัน
  • เคสป้องกันแบคทีเรียซิลเวอร์ไอออน
  • ฟิล์มกันรอยหน้าจอป้องกันแบคทีเรีย

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

ตัวเครื่อง Xiaomi Mi 10T Pro ใช้วัสดุที่ทำจากโลหะครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ทั้งด้านหน้า ด้ายหลัง และเลนส์กล้อง ทำให้ด้านหลังดูมันวาวสวยหรู บวกกับงานประกอบที่มีความแข็งแรงทนทาน ด้วยขนาด 165.1 x 76.4 x 9.33 มม. และน้ำหนัก 218 กรัม ถือว่าใหญ่ และหนักพอสมควร แต่ด้วยดีไซน์ขอบโค้งก็ช่วยให้ถือจับได้ถนัดมืออยู่

หน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+  1080 x 2400 พิกเซล ขนาด 6.67 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz พร้อมฟีเจอร์ AdaptiveSync ที่ช่วยปรับเฟรมเรทการแสดงผลให่สัมพันธ์กับคอนเทนต์และค่ารีเฟรชเรทของหน้าจอให้อัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่ และเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ที่มุมซ้ายด้านบน

ด้านหลังมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัวพร้อมไฟแฟลช LCD อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยื่นนูนขึ้นมา โดยมีขอบสูงล้อมรอบอีกชั้นเพื่อป้องกันการกระแทกที่หน้าเลนส์ และมีข้อความ 108MP Camera คั่นกลางระหว่างกล้องหลักกับกล้องรองอีก 2 ตัว ถัดลงมามุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ Mi และข้อความที่ระบุว่ารองรับ 5G

ส่วนกล้อง 3 ตัวประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung HMX รูรับแสง f/1.69, ซูมดิจิตอลสูงสุด 30x, เลนส์ 7P, OIS, FOV 82° และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายระยะใกล้สุด 2-10 ซม

ด้านซ้ายข้างเครื่องดีไซน์เรียบๆ ไม่มีปุ่มกดใดๆ

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเปิดปิดเครื่องที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่บนปุ่ม

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง, พอร์ตอินฟราเรด และช่องลำโพงเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ SIM Card ซึ่งรองรับ 2 SIM แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง, พอร์ต USB Type-C, ช่องไมโครโฟนสำหรับสนทนา และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

Xiaomi Mi 10T Pro รันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 12 ที่ถูกดีไซน์ UI แบบใหม่ และระบบแอนิเมชั่นที่ออกแบบมาเพื่อแสดงผลที่กว้างขึ้น ตัวแสดงแอนิเมชั่นหลักนั้นได้ถูกเปลี่ยนโฉมด้วยเทคนิคนวัตกรรม Kernel-level โดยที่เครื่องมือ Mi Render Engine ทำให้ MIUI 12 สามารถมอบประสบการณ์ใช้งาน UI ที่ลื่นไหลและรวดเร็ว ไม่หน่วง ไม่สะดุด และไม่ค้าง

มาพร้อม Dark Mode 2.0 โดยมีสีของพื้นหลัง, แอปของระบบ และแอปภายนอก ที่เข้มขึ้น พร้อมกันนี้ยังมอบประสบการณ์การมองเห็นอันน่าทึ่งในสภาวะแสงน้อย และเมื่อเปิด Dark Mode ผู้ใช้สามารถเลือกปรับระดับความคมชัดโดยอัตโนมัติได้เพื่อให้เหมาะกับสภาพแสงโดยรอบในตอนที่ความสว่างหน้าจอลดลง นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานและลดความเมื่อยล้าของสายตาอีกด้วย

ภาพพื้นหลัง Super Wallpapers ซึ่งเป็นภาพ 3 มิติ ของโลก และดาวอังคาร ซึ่งใช้ข้อมูลอ้างอิงจาก NASA ซึ่งความเท่ของมันจะแสดงออกมาตอนที่เราปลดล็อคหน้าจอ โดยก่อนปลดล็อคบนหน้าจอจะแสดงภาพของดาวอังคารในระยะไกลที่มองเห็นได้ทั้งดวง เมื่อเราปลดล็อคจอแล้ว ภาพจะซูมเข้าไปจนถึงพื้นผิว และพอเราไถหน้าจอ พื้นผิวดาวอังคารก็จะเลื่อนตามไปด้วย ส่วนวอลเปอร์ที่เป็นรูปโลกก็จะมีแลนด์มาร์คสวยๆ จากทั่วโลกให้เลือกใช้ด้วย

มาพร้อมจอรีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz พร้อมฟีเจอร์ AdaptiveSync ที่ช่วยปรับเฟรมเรทการแสดงผลให่สัมพันธ์กับคอนเทนต์และค่ารีเฟรชเรทของหน้าจอให้อัตโนมัติเพื่อประหยัดแบตเตอรี่

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G/5G แบบ Dual Mode (SA และ NSA) และรองรับการใช้ 4G ทั้ง 2 ซิม ส่วน 5G ตอนนี้รองรับแค่ซิมเดียวเท่านั้น ถ้าเปิดใช้งานอีกซิมจะปิดการใช้งานทันที (ต้องรออัปเดตซอฟต์แวร์เพิ่มเติมในอนาคตจึงจะใช้งาน 5G ซิม 1 และ 4G ซิม 2 ได้) โดยแบนด์เครือข่ายที่รองรับมีดังนี้

  • 5G: n1/n3/n7/n8/n20/n28/n38/n41/n77/n78
  • 4G: LTE FDD: B1/2/3/4/5/7/8/20/28/32
  • 4G: LTE TDD: B38/40/41
  • 3G: WCDMA:B1/2/4/5/8
  • 2G: GSM: B2/3/5/8

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า Face Unlock เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น จากนั้นเมื่อหน้าจอติดมองไปยังบนหน้าจอก็สามารถปลดล็อคได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ใบหน้าเพื่อเข้าสู่แอปที่ป้องกันไว้ หรือในพื้นที่ที่ต้องการความปลอดภัยได้

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้างเครื่อง

ประสิทธิภาพ

ทดสอบการเล่นเกม

ในด้านประสิทธิภาพต้องบอกว่าตัวชิปเซ็ต Snapdragon 865 นั้นทำผลงานได้น่าประทับใจ โดยผลคะแนนต่าง ๆ ที่ออกมา ถือว่าเป็นไปตามความคาดหมาย บวกกับ RAM 8GB แบบ LPDDR5 และมาพร้อมจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz ทำให้การใช้งานทั่วไปมีความลื่นไหล และเล่นเกมได้ดีเลยทีเดียว

ทดสอบเกมแรกกับ Call of duty ที่ได้ใช้ประสิทธิภาพของจอรีเฟรชเรท 144Hz อย่างเต็มที่ โดยเลือกคุณภาพกราฟิกระดับสูงสุด Very High แลเฟรมเรทระดับสูงสุง Max ด้วยความลื่นของจอทำให้สามารถบังคับได้อย่างแม่นยำทั้งทิศทางการเดิน และการเล็งเป้าหมายไปที่ศัตรู โดยรวมแล้วเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีการกระตุกเลย

ต่อด้วย ROV เกมแนว MOBA สุดฮิตของบ้านเรา โดย Xiaomi Mi 10T Pro  สามารถเล่นบนเฟรมเรทสูงได้อย่างสบาย การโหลดเข้าเกมทำได้อย่างรวดเร็ว ความแม่นยำในระบบสัมผัสก็ทำได้ดี บวกกับจอขนาดใหญ่ 6.67 นิ้ว ทำให้เล่นเกมได้เต็มตาสนุกกว่าจอเล็กเลยทีเดียว

ปิดท้ายด้วยเกม PUBG ตั้งค่ากราฟิกที่ “๊Ultra HD” ส่วนเฟรมเรทตั้งไว้ที่ระดับสูง ซึ่งในภาพรวมถือว่าทำผลงานได้น่าประทับใจ เพราะแทบไม่พบอาการแลคให้หงุดหงิดใจเลย

นอกจากนี้ยังมาพร้อม Game Turbo ที่จัดการเครื่องให้ลื่นไหล รีดประสิทธิภาพให้เต็มสูบก่อนเข้าเกม โดยมีฟีเจอร์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นปรับสภาวะเครื่องให้เหมาะต่อการเล่นเกมมากที่สุด เพิ่มความไวในการตอบสนอง ปรับภาพ ปรับเสียง ปิดแจ้งเตือน เป็นต้น

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi 10T Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi 10T Pro ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

Xiaomi Mi 10T Pro  ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุ 5,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 33W ตามสเปกระบุว่าสามารถเปิดเครื่องสแตนด์บายได้นานต่อเนื่องสูงสุด 380 ชั่วโมง สนทนาได้นานต่อเนื่องสูงสุด 38 ชั่วโมง และเล่นวิดีโอได้นานต่อเนื่องสูงสุด 17 ชั่วโมง รวมทั้งมีหมดประหยัดพลังงานที่ช่วยยืดอายุการใช้งาน พร้อมระบบการป้องกันการใช้พลังงานอัจฉริยะ

เท่าที่ลองทดสอบใช้งานทั่วไป เล่นเกม ดูหนัง และฟังเพลง ก็สามารถใช้งานได้เกือบ 1 วันเต็มๆ ส่วนการชาร์จนั้นรองรับการชาร์จ 5V/2A

อ่านต่อ … คลิกที่นี่ >>> หน้า 2