แท็บเล็ตเรือธงตัวพ่อมาแล้ว! Samsung Galaxy Tab S11 Ultra ที่เปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่ในงาน IFA ณ กรุงเบอร์ลินที่ผ่านมา โดยซีรีส์ใหม่นี้มีให้เลือก 2 ขนาด คือรุ่นปกติ 11 นิ้ว และรุ่นยักษ์ 14.6 นิ้ว และที่เราได้มารีวิวกันวันนี้ก็คือตัวท็อปอย่าง Samsung Galaxy Tab S11 Ultra นี่ล่ะครับ
โดยรุ่นนี้มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “บางเฉียบและทรงพลัง” เพราะถึงแม้จะบางและเบาลงกว่ารุ่นก่อนอย่าง Tab S10 Ultra แต่กลับอัดแน่นด้วยชิป Android ที่แรงที่สุดตัวหนึ่งในตลาด แถมยังมีแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น!
และที่ว้าวสุดๆ คือการอัปเกรดความอึดให้ตัวเครื่องที่ห่อหุ้มด้วย Armor Aluminum สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ถึงระดับ IP68 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่แทบไม่เคยเห็นในแท็บเล็ตมาก่อน ทำให้พร้อมลุยไปกับเพื่อน ๆ ทุกที่จริง ๆ

จุดขายหลักที่ทำให้ Tab S11 Ultra ทรงพลังแบบก้าวกระโดดคือการเปลี่ยนมาใช้ชิป Dimensity 9400+ ซึ่งถือเป็นชิป Android ที่เร็วจัดจ้านที่สุดรุ่นหนึ่งในตอนนี้
นอกจากชิปแรงแล้ว จอก็ต้องใหญ่ถึงใจด้วย Dynamic AMOLED 2X ขนาด 14.6 นิ้ว ที่ให้ภาพคมชัดระดับ 120Hz พร้อมรองรับ HDR10+ ทำให้การทำงานหรือดูหนังบนจอที่ใหญ่ยักษ์นี้สมบูรณ์แบบสุด ๆ
ด้านการเก็บข้อมูลก็จัดมาให้เลือกตามใจ ตั้งแต่ 12GB/256GB ไปจนถึงรุ่นโหด 16GB/1TB ส่วนด้านพลังงานก็หายห่วง เพราะแบตเตอรี่ความจุเพิ่มเป็น 11,600 mAh รองรับชาร์จเร็ว 45W ให้คุณใช้งานยาว ๆ โดยไม่ต้องง้อปลั๊กบ่อย ๆ

ด้านการถ่ายภาพก็มีลูกเล่นที่ปรับปรุงให้ดูดีขึ้น โดยกล้องหลังยังคงเป็นคู่หู 13MP (หลัก) กับ 8MP (Ultrawide) แต่กล้องหน้ามีการเปลี่ยนแปลงที่ถูกใจสายมินิมอล นั่นคือเหลือเพียงตัวเดียว คือ 12MP (Ultrawide) ทำให้รอยบากมีขนาดเล็กลง ดูไม่เกะกะสายตาเวลาทำงานบนจอใหญ่
และแน่นอนว่า Tab S11 Ultra มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 16 พร้อม One UI 8 และฟีเจอร์ Google AI สุดล้ำ ที่ทำงานร่วมกับปากกา S-Pen ได้อย่างลงตัว ทำให้เจ้าแท็บเล็ตเครื่องนี้เป็นมากกว่าอุปกรณ์ แต่เป็นขุมพลัง AI ที่พร้อมช่วยให้การทำงานและชีวิตประจำวันของคุณง่ายขึ้นเยอะ
วันนี้ MobileOcta เราลองมาให้แล้ว และจะมาเล่าให้ฟังกันครับว่าแท็บเล็ตรุ่นนี้มีจุดเด่นและข้อสังเกตอะไรบ้าง
สเปก Samsung Galaxy Tab S11 Ultra

- หน้าจอ : Dynamic AMOLED 2X ขนาด 14.6 นิ้ว
- ความละเอียด : 2960 x 1848 พิกเซล (WQXGA+)
- ความสว่างสูงสุด : 1600nits
- อัตรารีเฟรช : 120Hz
- ขนาด : 326.3 x 208.5 X 5.1 มม.
- น้ำหนัก : 695 กรัม
- ชิปเซ็ต : Dimensity 9400+ (3nm) Octa-Core
- RAM : 12GB
- หน่วยความจำภายใน : 256GB (รองรับ micro-SD สูงสุด 2TB)
- แบตเตอรี่ : 11,600 mAh
- ระบบชาร์จ : 45W Super Fast Charge 2.0
- กล้องหน้า : 12MP f/2.4, 120˚ (ultrawide)
- กล้องหลังคู่ :
- กล้องหลัก : 13 MP, f/2.0, 26mm, AutoFocus
- กล้อง Ultrawide : 8 MP, f/2.2
- รองรับการเชื่อมต่อ : Wi-Fi 7, 5G, Bluetooth 5.4, NFC และพอร์ต USB Type-C (3.2)
- ระบบเสียง : ลำโพง 4 ตัว Stereo
- รองรับปากกา Stylus : S Pen (แถมในกล่อง)
- มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น : IP68
- ระบบปฎิบัติการ : Android 16 (One UI 8)
- วางจำหน่ายสีเดียว : สีเทา
- ราคาเปิดตัว : 46,900 บาท
แกะกล่อง Samsung Galaxy Tab S11 Ultra

- แท็บเล็ต Samsung Galaxy Tab S11 Ultra
- สายดาต้า USB-C to USB-C
- ปากกา S-Pen
- คู่มือและใบรับประกัน
- เข็มถอดซิมการ์ด
อย่างไรก็ตาม ทาง Samsung มีโปรโมชันในช่วงเปิดตัว ซึ่งจะแถม AI Slim Keyboard Cover ที่สามารถใช้งานได้แบบไม่ต้องต่อบลูทูธ และสามารถกดเรียกใช้งาน Gemini ได้ผ่านปุ่มบนคีย์บอร์ดได้ด้วย
ดีไซน์การออกแบบ

แรกเห็น Samsung Galaxy Tab S11 Ultra ก็รู้เลยว่านี่คือแท็บเล็ตระดับพรีเมียมตัวจริงครับ เพราะมาพร้อมตัวเครื่องโลหะแบบ Unibody ที่เรียบหรู ให้สัมผัสที่พรีเมียมสุด ๆ โดยตัวเครื่องใช้ Enhanced Armor Aluminum ที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อแรงกระแทก ซึ่งสำคัญมากสำหรับแท็บเล็ตขนาดใหญ่ยักษ์เช่นนี้
ที่สำคัญสุด ๆ คือ Samsung อัปเกรดให้รองรับมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากในโลกแท็บเล็ต! ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะกระเด็นใส่หรือฝุ่นจะเข้าเลย
นอกจากนี้ Galaxy Tab S11 Ultra ยังทำลายสถิติตัวเองด้วยการทำให้ตัวเครื่อง บางลงไปอีก (5.1 มม.) และ เบาลงกว่าเดิม (695 กรัม) เมื่อเทียบกับรุ่น Tab S10 Ultra ทำให้การพกพาไปทำงานนอกสถานที่สะดวกสบายขึ้นเยอะ

พระเอกตัวจริงของแท็บเล็ตนี้คือหน้าจอ Dynamic AMOLED ขนาดมหึมา 14.6 นิ้ว ที่มาพร้อมความละเอียดสูงและอัตรารีเฟรชที่ลื่นไหลสุดๆ ขอบจอถูกออกแบบให้สมมาตรกันทั้งสี่ด้าน
ที่สำคัญ ในรุ่นก่อน Tab S10 Ultra ซึ่้งเคยมีรอยบากขนาดใหญ่สำหรับวางกล้องหน้าถึงสองตัว ซึ่งหลายคนอาจมองว่าไม่จำเป็น
และในปีนี้ Samsung ได้ตัดกล้องมุมกว้างตัวเดิมออกไป เหลือเพียงกล้องหน้า 12MP Ultrawide เพียงตัวเดียว ทำให้รอยบากจะถูกลดขนาดลงเป็นทรงหยดน้ำ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับชมจอภาพได้เต็มตามากขึ้น

สำหรับการปลดล็อกเครื่อง ก็ทำได้ง่ายดายด้วยเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ Optical Fingerprint Reader ที่ฝังอยู่บริเวณด้านล่างของจอภาพ (เมื่อถือในแนวตั้ง) ซึ่งทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำแม้ในขณะที่หน้าจอดับอยู่

ส่วนด้านหลังเครื่องก็มีการจัดวางกล้องคู่ไว้อย่างเรียบง่าย ประกอบด้วยกล้องหลัก 13MP และกล้อง Ultrawide 8MP มีวงแหวนโลหะล้อมรอบเลนส์ และถึงแม้จะเป็นแท็บเล็ตขนาดใหญ่ แต่กล้องก็ไม่นูนออกมามากนัก ทำให้เมื่อวางบนโต๊ะจึงไม่เกิดอาการโยกเยกให้รำคาญใจ
นอกจากนี้ด้านหลังยังมีไฟแฟลช LED และจุดเชื่อมต่อ Pogo Pins สำหรับใช้งานกับ Keyboard Cover ที่แถมเป็นโปรโมชันตามที่เรากล่าวไปข้างต้น

รอบตัวเครื่องของ Galaxy Tab S11 Ultra อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์ที่จำเป็น โดยด้านทั้งสองข้างเป็นที่อยู่ของลำโพง 4 ตัว ที่ให้เสียงกระหึ่มทรงพลัง โดนใจสายฟังเพลง รวมถึงพอร์ต USB-C และไมโครโฟน

ในขณะที่ด้านบนมีปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ปุ่มปรับเสียง ไมโครโฟนหลายตัว และช่องใส่ SIM/microSD

ส่วนด้านล่างมีช่องสำหรับยึดสำหรับขาตั้งคีย์บอร์ด

และแน่นอนว่า ปากกา S-Pen รุ่นใหม่ดีไซน์แปดเหลี่ยมสุดถนัดมือก็สามารถแปะติดกับด้านบนได้ด้วยแม่เหล็กที่แข็งแรง แถมดีไซน์ปากกาสไตลัสแบบนี้ จะไม่กลิ้งหล่นให้ปวดหัวอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม Samsung ได้ยกเลิกฟังก์ชัน Bluetooth บนปากกา S-Pen รุ่นนี้ไป นั่นหมายความว่า S-Pen จะไม่สามารถใช้เป็นรีโมตคอนโทรลไร้สายสำหรับการนำเสนอหรือถ่ายรูปได้อีกต่อไป
แต่แม้จะลดฟีเจอร์ลง แต่ก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ เพราะ S-Pen ตัวนี้ยังคงรองรับการตอบสนองที่รวดเร็ว (Low Latency) และฟังก์ชันการเขียนที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม

โดยรวมแล้วด้านการออกแบบ Galaxy Tab S11 Ultra คือแท็บเล็ตที่ประกอบขึ้นอย่างประณีต มีความทนทานพรีเมียม และมอบประสบการณ์การใช้งานที่สะดวกสบาย ถึงแม้ขนาดจะใหญ่จนอาจต้องซื้อขาตั้งคีย์บอร์ดมาช่วย ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการแท็บเล็ตจอใหญ่ที่มีประสิทธิภาพระดับสูง
ประสิทธิภาพการใช้งาน

บอกเลยว่า Samsung Galaxy Tab S11 Ultra เกิดมาเพื่อสายดูหนังและสายสร้างสรรค์คอนเทนต์โดยเฉพาะ! หัวใจสำคัญคือหน้าจอ Dynamic AMOLED 2X ขนาดยักษ์ 14.6 นิ้ว ที่มีความละเอียดสูงถึง 2,960 x 1,848 พิกเซล (อัตราส่วน 16:10) พร้อมจัดเต็มความลื่นไหลด้วยรีเฟรชเรท 120Hz และรองรับมาตรฐาน HDR10+ สีสันจัดจ้านสมจริง สามารถสว่างได้สูงสุดถึง 1,000 nits และพุ่งทะยานไปที่ 1,600 nits ซึ่งหมายความว่าต่อให้ใช้งานอยู่กลางแดดจ้า หรือดูฉากมืดๆ ในหนัง ก็ยังเห็นรายละเอียดได้คมชัด

ความฉลาดของจอภาพนี้อยู่ที่โหมดการแสดงผล โดยมีให้เลือกทั้งแบบ Adaptive (สูงสุด 120Hz) ที่เป็นค่าเริ่มต้น และ Standard (สูงสุด 60Hz) ซึ่งโหมด Adaptive นี่แหละคือตัวชูโรง เพราะมันสามารถปรับรีเฟรชเรทได้แบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ 1Hz เมื่อแสดงภาพนิ่งเพื่อประหยัดพลังงาน และเร่งขึ้นไปถึง 120Hz
ทันทีที่คุณเลื่อนดูหน้าเว็บ เล่นเกม หรือใช้งานแอปพลิเคชันหนัก ๆ แม้แต่วิดีโอที่มีเฟรมเรทแตกต่างกัน เช่น 30fps หรือ 60fps หน้าจอก็จะปรับตามได้อย่างแม่นยำ ไม่ให้เกิดอาการภาพกระตุก นอกจากนี้ ยังไม่ต้องห่วงเรื่องสตรีมมิ่ง เพราะหน้าจอที่ได้รับการรับรอง HDR10+ ทำให้บริการสตรีมมิ่งยอดนิยมทุกเจ้าพร้อมปล่อยคอนเทนต์ HDR ความละเอียดสูงให้คุณได้เสพความบันเทิงอย่างเต็มอรรถรสทันทีที่เปิดเครื่อง

Galaxy Tab S11 Ultra เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 16 และครอบทับด้วย One UI 8 ซึ่งถูกปรับปรุงอินเทอร์เฟซครั้งใหญ่ โดยเฉพาะโหมดแท็บเล็ตและโหมด DeX หน้าจอหลักยังคงเป็นสไตล์ Android ทั่วไป มีไอคอนแอปพลิเคชัน โฟลเดอร์ และวิดเจ็ตต่างๆ ให้ใช้งาน โดยหน้าซ้ายสุดก็ยังคงเป็นพื้นที่ของ Google Feed และการควบคุมหลักๆ เช่น ปุ่ม Tasks, Home, และ Back ก็อยู่ที่มุมขวาล่างของจอ


การทำงาน Multi-tasking บน Galaxy Tab S11 Ultra ทำได้ง่ายเหมือนกับสมาร์ตโฟน Galaxy รุ่นอื่น ๆ ทั้งการแบ่งหน้าจอ (Split-screen) และหน้าต่าง Pop-up ที่สำคัญ DeX Mode ใหม่ที่มาพร้อม One UI 8 นี้รองรับ Extended Mode ที่สามารถเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ค Windows แบบไร้สายได้เป็นครั้งแรก (และยังเชื่อมต่อแบบมีสายได้อยู่เหมือนเดิม) ทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากหน้าจอใหญ่ ๆ ของแท็บเล็ต ทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ของเราได้เป็นหน้าจอที่ 2 หรือจะพรีเซ้นต์งานผ่านสองหน้าจอก็ทำได้สะดวกสุด ๆ


หัวใจสำคัญที่ทำให้แท็บเล็ตรุ่นนี้ล้ำยุคคือการผสานรวม Google Gemini AI เข้ามาเต็มรูปแบบ ผู้ใช้สามารถใช้ฟีเจอร์เด่นอย่าง Circle to Search (วงกลมเพื่อค้นหา) ได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเข้าถึงพลังเต็มรูปแบบของ Gemini ผ่านแอปเฉพาะ ทั้งการสร้างภาพตามคำสั่ง การเขียนเรื่องสั้น การถามคำถาม คิดโจทย์เลข และฟังก์ชันแชทอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้ Galaxy Tab S11 Ultra ไม่ได้เป็นแค่แท็บเล็ต แต่เป็นผู้ช่วย AI ส่วนตัวที่พร้อมสร้างสรรค์และจัดการงานต่าง ๆ ให้คุณได้รวดเร็วทันใจ ตอบโจทย์การทำงานในยุคดิจิทัลที่เน้นประสิทธิภาพและปัญญาประดิษฐ์
แน่นอนว่าแท็บเล็ต Samsung จะขาดปากกา S-Pen ไปไม่ได้ และเมื่อคุณจ่อปากกาเหนือหน้าจอ จะมีเมนูทางลัดเด้งขึ้นมา ซึ่งรวมฟีเจอร์เด็ดไว้เพียบ โดยเฉพาะ Drawing Assist ที่จะเปลี่ยนภาพวาดขยุกขยิกของคุณให้กลายเป็นงานศิลปะที่สวยงามตามสไตล์ที่คุณเลือกได้ภายในไม่กี่วินาที จากนั้นก็นำภาพที่ได้ไปแปะในแอปพลิเคชันต่าง ๆ ได้ทันที

รวมถึงยังมีฟีเจอร์ใหม่บน S-Pen อย่าง Quick Tools สำหรับแอป Notes และ PENUP ที่สามารถปรับแต่งโหมดการใช้งานปากกาสไตลัสสุดเลิฟของเราได้โดยตรงจากปุ่มบนปากกา S-Pen ได้เลย ไม่ต้องขยับขึ้นลงเพื่อเปลี่ยนอุปกรณ์เหมือนเคย ง่ายมาก


สามารถนำภาพที่วาด มาสร้างเป็นสติ๊กเกอร์ส่วนตัวเท่ ๆ ได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่คุ้นเคยอย่าง Create Note สำหรับเปิดแอป Samsung Notes เพื่อจดบันทึกอย่างรวดเร็ว และ Penup สำหรับการลงสีหรือวาดภาพต่อเนื่องจากเนื้อหาที่ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว ทำให้ S-Pen กลายเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์ที่ขาดไม่ได้จริงๆ
ถึงเวลาล้วงลึกขุมพลังภายในของ Galaxy Tab S11 Ultra ที่ได้อัปเกรดชิปเรือธงจาก MediaTek อย่าง Dimensity 9400+ ซึ่งผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร สุดล้ำ หน้าตาของ CPU ก็จัดจ้านไม่เหมือนใคร เพราะใช้ดีไซน์แบบ All-Big-Core ที่เน้นความแรงเป็นหลัก
โดยประกอบด้วยแกนประมวลผล ‘Prime’ Cortex-X925 ตัวเดียวที่พุ่งไปถึง 3.63GHz เสริมทัพด้วยแกน Cortex-X4 อีกสามตัว และแกน Cortex-A720 อีกสี่ตัว ทำให้มันเป็นเครื่องจักรประมวลผลที่แท้จริง! ส่วนงานกราฟิกก็หายห่วง เพราะมี GPU Immortalis-G925 คอยดูแล ทำให้ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเล่นเกมหนัก หรือตัดต่อวิดีโอ ก็ลื่นไหลไม่มีสะดุด

สำหรับหน่วยความจำก็มีให้เลือกแบบจุใจ เริ่มตั้งแต่รุ่นพื้นฐาน 12GB/256GB ไปจนถึงรุ่นท็อปสุด 12GB/512GB (Online Exclusive) แถมยังมี ช่องใส่ microSD แยกมาให้เผื่อใครต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลเพิ่มเติมอีกด้วย (สูงสุด 2TB)
ด้านการเชื่อมต่อก็ไม่ตกเทรนด์ เพราะรองรับ Wi-Fi 7 ที่เร็วแรงสุด ๆ และ Bluetooth 5.4 สำหรับคนที่เลือกรุ่นใส่ซิม ก็ยังสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่าย 5G และมี GPS มาให้พร้อมใช้งานทุกที่ นี่คือแท็บเล็ตที่พร้อมรองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อแห่งอนาคตอย่างแท้จริง

Circle to Search แค่วง ก็ค้นหาได้ง่าย ๆ จากภาพ
จากการทดสอบ Benchmark แล้ว Galaxy Tab S11 Ultra ทำคะแนนได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกด้าน! ที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือความเสถียรในการทำงาน เมื่อทำการทดสอบ Stress Test อย่างหนักหน่วง ตัวเครื่องก็ไม่ร้อนจนน่ารำคาญใจเลยแม้แต่น้อย น่าจะเป็นเพราะได้ระบบระบายความร้อนที่ดีนั่นเอง
พูดได้เลยว่า Galaxy Tab S11 Ultra มีทั้งประสิทธิภาพและระบบปฏิบัติการที่พร้อมมอบประสบการณ์การใช้งานในระดับแล็ปท็อปอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกม ทำงานเอกสาร หรือการตัดต่อวิดีโอ ก็รับมือได้หมดไม่มีเกี่ยง




ส่วนการเล่นเกมนี่ไม่ต้องสืบครับ ชิปมาแรงขนาดนี้ จะเกมอะไรก็เล่นได้ลื่น ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็น RoV หรือ PUBG Mobile ก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด เปิดเฟรมเรทกันได้แบบแน่น ๆ เล่นกันสบาย จอใหญ่ ใส่ไม่ยั้งกันเลยทีเดียว
ลองชมผลการทดสอบ Benchmark ด้านล่างนี้เลย



แม้จะมีขนาดใหญ่และมาพร้อมจอเทพ แต่ Galaxy Tab S11 Ultra ก็ไม่ลืมใส่แบตเตอรี่ที่ไว้ใจได้ ด้วยความจุ 11,600 mAh ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน (Galaxy Tab S10 Ultra) แต่ประสิทธิภาพกลับดีขึ้นมาก จากการทดสอบใช้งานจริงพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้จะมีหน้าจอที่ใหญ่โตขนาดนี้ แต่ชิปเซ็ตใหม่และการจัดการพลังงานที่ฉลาดก็ทำให้มันสามารถใช้งานหนักๆ ได้ยาวนานตลอดวันแบบสบายๆ

Galaxy Tab S11 Ultra รองรับการชาร์จเร็วแบบมีสายสูงสุด 45W แต่สิ่งที่ต้องทำใจคือ ในกล่องจะไม่มีอะแดปเตอร์แถมมาให้นะครับ มีเพียงสายเคเบิล 3A ของ Samsung เท่านั้น ดังนั้นถ้าอยากสัมผัสความเร็วสูงสุด 45W ก็จำเป็นต้องลงทุนซื้อหัวชาร์จ 45W แท้ของ Samsung มาใช้เอง จากการทดสอบชาร์จของเรา สามารถชาร์จจนเต็ม 100% ได้ในเวลาประมาณ 1.5 ชม. ซึ่งถือว่าทำได้ดีสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ระดับนี้
Samsung ยังคงใส่ใจเรื่องอายุการใช้งานและความปลอดภัยของแบตเตอรี่ โดยผู้ใช้สามารถ เปิด/ปิด ฟังก์ชันชาร์จเร็วได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เด็ด ๆ สำหรับดูแลสุขภาพแบตเตอรี่ เช่น Adaptive Charging (การชาร์จแบบปรับตามพฤติกรรมการใช้งาน) และ Charging Limit (จำกัดการชาร์จสูงสุด) เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ให้ยาวนานที่สุด ถือเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยเพิ่มความอุ่นใจให้กับผู้ใช้งานที่ต้องการรักษาแท็บเล็ตเครื่องนี้ไว้ใช้งานนานหลายปี

นอกจากนี้ เรื่องเสียงก็จัดเต็มไม่แพ้ใคร เพราะ Tab S11 Ultra มาพร้อมลำโพงขนาดใหญ่ถึง 4 ตัว ติดตั้งอยู่ด้านข้างของตัวเครื่องทั้งสองฝั่ง และรองรับระบบเสียง Dolby Atmos จากการทดสอบ ลำโพงให้เสียงที่ดังกระหึ่มน่าประทับใจ แถมยังให้คุณภาพเสียงที่มีน้ำหนัก สัมผัสถึงพลังเบสพอตัว และย่านความถี่สูงที่ทำได้น่าพอใจ ดังนั้นไม่ว่าจะใช้ดูหนัง ฟังเพลง หรือประชุมออนไลน์ ก็มั่นใจได้เลยว่าจะได้ประสบการณ์เสียงที่ยอดเยี่ยมสมกับเป็นแท็บเล็ตเรือธง

ใช้ AI แก้ไขภาพ ย้ายนกไปอีกตำแหน่ง และสร้างภาพใหม่ปิดตำแหน่งได้แบบเนียน ๆ
การถ่ายภาพ
Samsung Galaxy Tab S11 Ultra มาพร้อมกล้องหลังคู่ คือกล้องหลัก 13MP และกล้องอัลตร้าไวด์ 8MP ซึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมผู้ผลิตถึงชอบใส่กล้องอัลตร้าไวด์มาให้ในแท็บเล็ตจอใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ทั้งที่ส่วนใหญ่แท็บเล็ตมักจะถูกใช้ในบ้านหรือในออฟฟิศมากกว่าการพกไปถ่ายวิวทิวทัศน์ข้างนอกถนน แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม คุณภาพของภาพถ่ายก็ถือว่าใช้ได้ โดยเฉพาะภาพจากกล้องหลักที่ออกมาดูดี ส่วนกล้องอัลตร้าไวด์ก็ถือว่าดีตามมาตรฐานของฮาร์ดแวร์ระดับนี้

สำหรับสายวิดีโอ กล้องหลักสามารถบันทึกวิดีโอความละเอียด 4K ที่ 30fps ได้ทั้งในระยะปกติ (1x) และระยะซูม (2x) แต่กล้องอัลตร้าไวด์จะถูกจำกัดไว้ที่วิดีโอ 1080p ที่ 30fps เท่านั้น ข้อดีคือทั้งกล้องหลักและกล้องอัลตร้าไวด์มาพร้อมระบบกันสั่นอิเล็กทรอนิกส์ (EIS) ที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ทำให้วิดีโอที่ถ่ายออกมาดูลื่นไหลไม่สั่นไหวมากนัก
ส่วนกล้องหน้าสำหรับเซลฟี่และวิดีโอคอลล์นั้นมาพร้อมเซ็นเซอร์ 12MP แบบโฟกัสคงที่ ซึ่งแม้จะเป็นเลนส์อัลตร้าไวด์ แต่ก็ให้ภาพเซลฟี่ที่ดูดี และมีช่วงไดนามิกที่กว้าง (Good Dynamic Range) การบันทึกวิดีโอก็ทำได้ถึง 4K ที่ 30fps เลยทีเดียว ซึ่งวิดีโอที่ได้ก็ถือว่ามีคุณภาพที่ดีเยี่ยมสำหรับการใช้งาน
ชมตัวอย่างภาพถ่ายด้านล่างนี้เลย








บทสรุป

Samsung Galaxy Tab S11 Ultra คืออุปกรณ์ที่อเนกประสงค์อย่างแท้จริง ด้วยชุดฟีเจอร์ที่ครอบคลุมทุกด้าน มันสมบูรณ์แบบสำหรับงานทุกประเภทที่คุณจะนึกออก ไม่ว่าจะเป็นการดูหนังฟังเพลง เล่นเกมหนัก ๆ วาดภาพ ทำงาน AI ประมวลผลภาพและวิดีโอ หรือใช้แอปพลิเคชันสำนักงาน
ชิปเซ็ตระดับท็อปทำให้มันสามารถจัดการทุกภาระงานได้อย่างสบายๆ และแบตเตอรี่ที่อยู่ได้ยาวนานตลอดวันทำงาน ทำให้มันเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมลุยไปกับคุณทุกที่ นอกจากนี้การรองรับ 5G และ Wi-Fi 7 รวมถึงระบบปฏิบัติการ Android ร่วมกับ One UI และโหมด DeX ก็เป็นส่วนผสมที่ทรงพลังอย่างยิ่ง
แม้ว่าจะมีข้อสังเกตเล็กน้อยที่ต้องทำใจ เช่น การ ไม่มีหัวชาร์จ มาให้ในกล่อง, รอยบากบนหน้าจอ ที่ยังคงอยู่, และการตัดฟีเจอร์ Bluetooth ออกจาก S-Pen ไป
แต่โดยรวมแล้ว Galaxy Tab S11 Ultra ก็ยังคงเป็นแท็บเล็ตที่น่าทึ่งและอัดแน่นด้วยสเปกเทพจริง ๆ ตั้งแต่ ตัวเครื่องโลหะ Unibody ที่บางเบาพร้อมมาตรฐาน กันน้ำ IP68 หน้าจอ AMOLED ที่ให้ภาพยอดเยี่ยม แบตเตอรี่ที่ อึดทนทานยาวนาน และลำโพงที่ให้ เสียงชั้นเลิศ
อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาที่สูง ทำให้เรามองว่านี่ ไม่ใช่อุปกรณ์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป แต่ถูกสร้างมาเพื่อ มืออาชีพ และผู้ที่ต้องการอุปกรณ์ระดับสูงที่มี ประสิทธิภาพระดับท็อป และต้องการเครื่องมือ AI ที่รองรับปากกา S-Pen ได้อย่างยอดเยี่ยม เพื่อช่วยเพิ่ม Productivity และตอบโจทย์งาน Creative โดยเฉพาะ

ทั้งนี้ Galaxy Tab S 11 Ultra มีให้เลือกสีเดียวคือสี Grey ส่วนราคาขึ้นอยู่กับความจุดังนี้
•Galaxy Tab S 11 Ultra 5G 12 + 256GB ราคา 46,900 บาท
•Galaxy Tab S 11 Ultra 5G 12 + 512GB ราคา 52,900 บาท (พิเศษในช่องทางออนไลน์)









