ปี 2026 ถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่ของ POCO ที่ขยับจาก X Series สู่ X Pro Series อย่างเป็นทางการ และพี่ใหญ่ที่น่าจับตามองที่สุดในซีรีส์นี้คือ POCO X8 Pro Max สมาร์ตโฟนที่เข้ามาฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยการยัดสเปกระดับ “เรือธงพรีเมียม” ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ตสถาปัตยกรรม 3nm, หน้าจอสว่างทะลุปรอท และแบตเตอรี่ความจุระดับพาวเวอร์แบงก์ มาไว้ในเรตราคาเริ่มต้นเพียงหมื่นต้น ๆ เท่านั้น
สมาร์ตโฟนรุ่นนี้จะมีทีเด็ดอะไรที่ตอบโจทย์เกมเมอร์และผู้ใช้งานสายฮาร์ดคอร์บ้าง? มาดูรีวิวกันเลยครับ

สเปกเบื้องต้น POCO X8 Pro Max
| ขนาด | 162.9 x 77.9 x 8.2 มม. |
| น้ำหนัก | 218 กรัม |
| หน้าจอ | AMOLED ที่มีความสว่างสูงเป็นพิเศษ ความละเอียด 1.5K 2772 x 1280 พิกเซล (447 ppi) ขนาด 6.83 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz, อัตราคอนทราสต์ 8,000,000:1, ช่วงสี DCI-P3 100%, ความสว่างสูงสุด 3,500 nits ครอบคลุมพื้นที่หน้าจอ 25%, ความสว่าง HBM 2000 nits, ความสว่างทั่วไป 800 nits, ความไวตอบสนองการสัมผัสสูงสุด 480Hz, ความไวตอบสนองการสัมผัสแบบทันที 2560Hz, ความลึกของสี 12 บิต แสดงได้ 68 พันล้านสี, ช่วงสี DCI-P3, 3840Hz PWM dimming, Original color PRO, จอแสดงผล Pro HDR, Wet Touch display 2.0, HDR10+, ได้รับการรับรอง TÜV Rheinland Low Blue Light (Hardware Solution), ได้รับการรับรอง TÜV Rheinland Flicker Free, ได้รับการรับรอง TÜV Rheinland Circadian Friendly, Dolby Vision® และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning®️ Gorilla®️ Glass 7i |
| หน่วยประมวลผล | ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 3.73GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 9500s (3 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Immortalis-G925 MC11 และหน่วยประมวลผล AI NPU 890 |
| RAM | 12GB แบบ LPDDR5X 9600Mbps |
| หน่วยความจำภายในเครื่อง | 256GB/512GB แบบ UFS 4.1 |
| microSD Card | – |
| ระบบปฏิบัติการ | Xiaomi HyperOS 3 บนพื้นฐาน Android 16 |
| เชื่อมต่อ | Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6/7, dual-band, Wi-Fi Direct Bluetooth 5.4, A2DP, LE, aptX HD, LHDC 5, Auracast, ASHA GPS (L1+L5), BDS (B1I+B1c+B2a+B2b), GALILEO (E1+E5a+E5b), QZSS (L1+L5), NavIC (L1+L5), GLONASS NFC พอร์ตอินฟราเรด พอร์ต USB Type-C 2.0, OTG |
| กล้องถ่ายภาพ | กล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED – กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ภาพ Light Fusion 600, รูรับแสง f/1.5, 26mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.95″, 0.8µm, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS – กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 15mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm โหมดถ่ายภาพ ภาพถ่ายแบบไดนามิก I การจับการเคลื่อนไหว I โหมดเอกสารโฟกัส I ติดตามการเคลื่อนไหว I โหมดภาพถ่ายบุคคล I โหมดโปร I โหมด 50MP I ชัตเตอร์ด้วยเสียง I HDR I พาโนรามา I การถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงนาน I ตั้งเวลาถ่ายต่อเนื่อง การบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหลัง บันทึกวิดีโอ 4K (3840×2160) ที่ 30 fps หรือ 60 fps บันทึกวิดีโอ 1080p (1920×1080) HD ที่ 30 fps หรือ 60 fps บันทึกวิดีโอ 720p (1280×720) HD ที่ 30 fps วิดีโอสโลว์โมชัน:720p (1280×720) ที่ 120fps / 240fps / 960fps1080p (1920×1080) ที่ 120fps / 240fps / 960fps กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, (wide), 1/4.0″ โหมดการถ่ายภาพ โหมดภาพถ่ายบุคคล I HDR I ชัตเตอร์ด้วยฝ่ามือ I ชัตเตอร์ด้วยเสียง I ภาพถ่ายแบบไดนามิก I ตั้งเวลาถ่ายเซลฟี่ การบันทึกวิดีโอด้วยกล้องหน้า บันทึกวิดีโอ 1080p (1920×1080) HD ที่ 30 fps หรือ 60 fps บันทึกวิดีโอ 720p (1280×720) HD ที่ 30 fps วิดีโอสโลว์โมชัน:720p (1280×720) ที่ 120fps |
| รองรับระบบ | ซิมคู่ (นาโนซิม + นาโนซิม หรือ นาโนซิม + eSIM) รองรับ 5G* / 4G / 3G / 2G *การเชื่อมต่อ 5G อาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่รองรับและการสนับสนุนจากผู้ให้บริการในท้องถิ่น 5G SA: n1/3/5/7/8/20/28/38/40/41/66(70M)*/77/78/2/48 5G NSA: n1/3/5/7/8/20/28/38/40/41/66(70M)*/77/78 4G LTE TDD: 38/40/41/42/48 4G LTE FDD: 1/2/3/4/5/7/8/18/19/20/26/28/66(70M)* 3G WCDMA: 1/2/4/5/82G GSM: 2/3/5/8 *5G SA/NSA N66(70M) และ 4G B66(70M): UL 1710MHz~1780MHz, DL 2110MHz~2180MHzรองรับ 4×4 MIMO |
| แบตเตอรี่ | 8,500mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 100W Hyper Charge พอร์ตชาร์จ USB Type-C รองรับการชาร์จย้อนกลับสูงสุด 27W รองรับ PD3.0/PD2.0 สมาร์ทชาร์จ |
| สี | Blue, White และ Black |
| ราคา | 19,199 บาท (RAM 12+256GB) 20,399 บาท (RAM 12+512GB) |
บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ POCO X8 Pro Max เป็นกล่องกระดาษแข็งสีดำ ด้านหน้ากล่องมาพร้อมโลโก้ และชื่อรุ่นขนาดใหญ่พิมพ์สีเหลือง


ขณะที่ด้านข้างกล่อง เริ่มจากด้านซ้ายมีข้อความ Powered by Xiaomi HyperOS ส่วนด้านขวา สลักชื่อรุ่น พร้อมข้อความที่ระบุว่ารองรับ Google Apps อย่างเต็มรูปแบบ

และด้านหลังกล่องแสดงข้อมูลอุปกรณ์ในกล่อง และข้อมูลผู้ผลิต
ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้


- ตัวเครื่อง POCO X8 Pro Max พร้อมติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย
- อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
- อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 100W HyperCharge
- สายดาต้าลิงค์แบบ USC Type-C
- เคสซิลิโคน
- คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เอกสารความปลอดภัย และบัตรรับประกันสินค้า
รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

POCO X8 Pro Max มาพร้อมดีไซน์พรีเมียมที่เน้นความเรียบหรู พร้อมผสานนวัตกรรมที่โดดเด่น โดยใช้เฟรมโลหะ และฝาหลังไฟเบอร์กลาส จึงมอบสัมผัสการถือที่พรีเมียม พร้อมหน้าจอขนาดใหญ่เต็มตา โดดเด่นด้วยดีไซน์กล้องที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง พร้อม Dynamic RGB Light เพื่อเพิ่มความสนุกในการใช้งาน สามารถปรับแต่งเอฟเฟกต์แสงให้ตอบสนองต่อการแจ้งเตือน การชาร์จ การเล่นเกม การเล่นเพลง และกิจกรรมของกล้องได้อีกด้วย

ตัวเครื่องมีให้เลือก 3 สีคือ Blue, White และ Black โดยสีที่ทาง MobileOcta ได้มารีวิวคือสี Black

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED ที่มีความสว่างสูงเป็นพิเศษ ขนาด 6.83 นิ้ว (ใหญ่กว่ารุ่น Pro ที่มีขนาด 6.59 นิ้ว) ความละเอียด 1.5K ความสว่างสูงสุด 3,500 nits ครอบคลุมพื้นที่ 25% ของหน้าจอ ทำให้มองเห็นได้ชัดเจนแม้ใช้งานกลางแจ้ง
หน้าจอถูกสร้างบนพาเนล M10 ระดับเรือธงที่ผสานวัสดุเรืองแสงสีแดงแบบใหม่ล่าสุด จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการส่องสว่างเพื่อภาพที่สว่างสดใสยิ่งขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยลดการใช้พลังงานลงอีกด้วย และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
นอกจากนี้ยังรองรับการแสดงผล HDR10+ และ Dolby Vision, รองรับการหรี่แสง PWM 3840Hz พร้อมการรับรองด้านการถนอมสายตาจาก TÜV Rheinland ถึง 3 รายการ จึงช่วยให้ใช้งานได้สบายตาในหลากหลายสภาพแสง

ตรงกลางด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และเหนือหน้าจอแสดงผลมีช่องลำโพงสนทนา

พลิกมาด้านหลังเครื่องใช้วัสดุ ไฟเบอร์กลาส ที่ให้ผิวสัมผัสหรูหรา จับถนัดมือ ไม่เป็นรอยนิ้วมือง่าย ข้อดีคือมีความทนทานสูงมากแต่ยังคงน้ำหนักที่เบา (แม้ยัดแบตมาถึง 8500mAh แต่เครื่องหนักประมาณ 218 กรัม) ส่วนกรอบเครื่องใช้เฟรมโลหะ ดีไซน์ขอบแบน และเข้ามุมแบบโค้งมน ช่วยเสริมความแข็งแกร่งและจับถือได้กระชับขึ้น
ส่วนการจัดวางโมดูลกล้องด้านหลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเร็วและสนามแข่งรถ โดยปรับมาใช้ดีไซน์ เลนส์กล้องแนวตั้ง แยกวงแหวนเลนส์กล้องออกจากกันอย่างชัดเจน 2 วงดูสะอาดตา ผสานกับดีไซน์ที่เน้นความสมมาตร แบบมินิมอล


และตรงบริเวณโมดูลกล้องด้านหลังจะมีแถบไฟ Dynamic RGB Light ซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถปรับแต่งสีได้ถึง 8 สี โดยไฟนี้ไม่ได้มีไว้แค่โชว์ความเท่ แต่จะกะพริบตอบสนองแบบเรียลไทม์กับจังหวะต่าง ๆ เช่น:
- เวลาเล่นเกม หรือฟังเพลง (ไฟกะพริบตามจังหวะ)
- สถานะการชาร์จแบตเตอรี่
- ไฟแจ้งเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้า หรือข้อความเข้า

สำหรับกล้องหลังคู่ Dual Camera ประกอบด้วย
- กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ภาพ Light Fusion 600, รูรับแสง f/1.5, 26mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.95″, 0.8µm, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS
- กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 15mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm

ส่วนด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเพาเวอร์ ใช้สำหรับเปิด ปิด และล็อคหน้าจอ

ขณะที่ด้านซ้ายข้างเครื่องออกแบบเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มกด หรือช่องใด ๆ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง, ช่องลำโพง และพอร์ตอินฟราเรด

ด้านท้ายเครื่อง มีช่องใส่ซิมการ์ด, ช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

โดยช่องใส่ซิมการ์ดเป็นแบบ 2 สลอต รองรับ Nano SIM 2 ช่อง ไม่มีช่องสำหรับ MicroSD Card
คุณสมบัติการใช้งาน

POCO X8 Pro Max รันบนระบบปฎิบัติการ Xiaomi HyperOS 3 ที่ครอบทับ Android 16 มาตั้งแต่แกะกล่อง ระบบใหม่นี้เน้นความลื่นไหล การใช้พลังงานที่ต่ำลง และฟีเจอร์ AI ที่เพิ่มเข้ามา นอกจากนี้ POCO ยังการันตีอัปเดตเวอร์ชัน Android นาน 4 ปี และแพตช์ความปลอดภัยนานถึง 6 ปี

ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 9500s บนกระบวนการผลิตขนาด 3 นาโนเมตร ประกอบด้วยซีพียูแบบ Octa Core ความเร็วสูงสุด 3.73GHz, หน่วยประมวลผลกราฟิก Immortalis-G925 MC11 และหน่วยประมวลผล AI NPU 890 จับคู่กับ RAM 12GB แบบ LPDDR5X 9600 + 6GB RAM Extension และหน่วยความจำภายใน 256GB หรือ 512GB แบบ UFS 4.1 เรียกว่านอกจากเร็ว แรงแล้ว ยังเก็บไฟล์ภาพ วิดีโอ และอื่น ๆ ได้อย่างจุใจอีกด้วย

มาพร้อมหน้าจอแสดงผลที่รองรับอัตราการรีเฟรชเรท AdaptiveSync 120Hz ให้ทั้งความคมชัด มีสีสันสวยงาม และการแสดงผลลื่นไหล

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบอัลตราโซนิค ที่ทำให้การปลดล็อกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

มาพร้อมลำโพงคู่แบบสมมาตร 1115F พร้อมระบบเสียง Hi-Res Audio และ Dolby Atmos® เพื่อเสียงที่เป็นธรรมชาติ สมจริง และสมดุล ตัวเลือกการปรับระดับเสียงที่ปรับแต่งได้นั้นเหมาะสำหรับสถานการณ์การฟังที่แตกต่างกัน รวมถึงการเพิ่มระดับเสียงที่ทรงพลังได้ถึง 400% สำหรับพื้นที่โล่ง และโหมดลดระดับเสียงในเวลากลางคืนสำหรับสภาพแวดล้อมที่เงียบสงบ เช่น เวลานอน

รองรับการกันฝุ่นและน้ำในระดับสูงด้วยมาตรฐาน IP66, IP68, IP69 และ IP69K

และผ่านการรับรอง SGS Premium Performance Certification ระดับ 5 ดาว ที่ยืนยันถึงความทนทานต่อการตกกระแทก การกดทับ และการบิดงอ
ประสิทธิภาพ

เรียกได้ว่าเป็น “นักฆ่าเรือธง” ตัวจริง เพราะ POCO X8 Pro Max ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง MediaTek Dimensity 9500s สถาปัตยกรรม 3nm เจนเนอเรชันที่ 2 ที่มีโครงสร้าง CPU แบบ All-Big-Core ดันความเร็วคล็อกได้สูงสุดถึง 3.73GHz ซึ่งจากข้อมูลการทดสอบของ POCO Internal Labs สามารถทำคะแนน AnTuTu V11 ทะลุ 3,085,998 คะแนน

นอกจากนี้ การเล่นเกมยังลื่นไหลสุด ๆ ด้วย:
- หน่วยความจำมาตรฐานใหม่: LPDDR5X (9600Mbps) และพื้นที่เก็บข้อมูล UFS 4.1 เปิดแอป โหลดฉากในเกมได้เร็วกว่าเดิม
- Hardware-level Ray Tracing: แสงและเงาในเกมสะท้อนได้สมจริง
- ระบบระบายความร้อน POCO 3D IceLoop: แผ่นกราไฟท์ขนาดมหึมา 11,000 ตร.มม. ช่วยคุมอุณหภูมิชิปเซ็ตไม่ให้ร้อนจัด ลดอาการเฟรมเรตตกเมื่อเล่นเกมต่อเนื่อง
เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า สามารถใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี
ทดสอบการเล่นเกมได้ลองกับ ROV เกมแนว MOBA สุดฮิตของบ้านเรา

โดยตั้งค่า FPS ที่ระดับสูง ด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 7s Gen 3 สามารถเล่นบนเฟรมเรทสูงได้สบาย ๆ และถ้าเลือกตั้งค่าเกมให้เป็นค่าเริ่มต้น ก็จะสามารถตีป้อมได้ค่อนข้างลื่นเลยทีเดียว และถ้าเล่นนานๆ ตัวเครื่องไม่ร้อนมากด้วย
ต่อด้วยเกม PUBG Mobile เกมแบทเทิลรอยัล

โดยปรับตั้งค่าเฟรมเรทที่ดีขึ้น มีการตอบสนองที่รวดเร็ว แม่นยำ สามารถควบคุมการเล็งในเกมแนวชูตติ้งได้ง่าย โดยรวมแล้วจัดว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่เล่นเกมได้ดีอีกรุ่นหนึ่งเลย
ด้านการถ่ายภาพ
กล้องหลัง AI 50MP

POCO X8 Pro Max ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความคมชัดยอดเยี่ยมในทุกช็อต โดยผสานฮาร์ดแวร์ประสิทธิภาพสูงเข้ากับการปรับแต่งด้วย AI เพื่อยกระดับการถ่ายภาพด้วยสมาร์ตโฟน
โดยกล้องหลังคู่ Dual Camera ประกอบด้วยกล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ภาพ Light Fusion 600 (ขนาด 1/1.95 นิ้ว, รูรับแสง f/1.5) ที่มีจุดเด่นเรื่องการรับแสงในที่มืดและไดนามิกเรนจ์ที่กว้าง
พร้อมเทคโนโลยี Dual Native ISO Fusion ช่วยจัดการภาพที่มีความเปรียบต่างของแสงและเงาสูง (High-contrast) ทำให้ภาพมีมิติและสีสันสดใส และระบบกันสั่น OIS จับคู่กับกล้องเลนส์ Ultra-wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เหมาะสำหรับการเก็บภาพวิวทิวทัศน์หรือภาพหมู่ในพื้นที่จำกัด

สำหรับโหมดถ่ายภาพมาพร้อมอินเทอร์เฟซที่คุ้นเคย โดยมีดีไซน์เรียบหรูดูสบายตา ด้านบนมีแถบเมนูเปิด/ปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ, เปิด/ปิดการจับภาพเคลื่อนไหว, Goole Lens, เปิด/ปิดโหมด HDR, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, ความละเอียดรูปภาพ, ตัวจับเวลา, ลายน้ำ และการตั้งค่า ส่วนด้านล่างจะเป็นโหมดถ่ายภาพต่าง ๆ
โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 50MP 6144 x 9072 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4K ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที
สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมดวิดีโอ, โหมดโปร, โหมด Portrait และโหมดเอกสาร
ตัวอย่างภาพถ่าย















กล้องหน้าเซลฟี่ 20MP
POCO X8 Pro Max ติดตั้งกล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2

โดยมีหน้าตา User Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงไอคอนใช้งานได้ทันที ได้แก่ เปิด/ปิดไฟแฟลช, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, ฟังก์ชัน HDR, ตัวจับเวลา, ลายน้ำ และการตั้งค่า
โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียด 3888x 5740 พิกเซล ส่วนวิดีโอรองรับการถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด 1080p ที่อัตรา 60 เฟรมต่อวินาที พร้อมโหมดบิวตี้ ปรับผิวเนียน หน้าเรียว และตาโต เลือกปรับโบเก้ให้กับฉากหลังได้ รองรับ HDR และใส่ฟิลเตอร์ได้ตามใจชอบ
ทดสอบกล้องหน้า





แบตเตอรี่และการชาร์จ

นี่คือฟีเจอร์ที่ทำให้มือถือรุ่นนี้โดดเด่นจากคู่แข่งในตลาดอย่างสิ้นเชิง POCO X8 Pro Max ให้แบตเตอรี่มาถึง 8500mAh (ใช้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ซิลิกอนคาร์บอนความหนาแน่นสูง) ซึ่งรองรับการใช้งานทั่วไปได้ยาวนานถึง 2 วันสบาย ๆ
- ชาร์จไว 100W HyperCharge: แม้แบตเตอรี่จะใหญ่ แต่ก็ไม่ต้องรอนาน
- ความทนทานระยะยาว: POCO เคลมว่าแบตเตอรี่สามารถรักษาความจุได้เกิน 80% แม้จะผ่านรอบการชาร์จไปแล้วถึง 1,600 ไซเคิล (เทียบเท่าการใช้งานประมาณ 6 ปี)

และมีระบบการชาร์จอัจฉริยะที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ให้ดียิ่งขึ้น ด้วยการจัดการความเร็วในการชาร์จและการกระจายพลังงานระหว่างระบบและแบตเตอรี่ได้อย่างชาญฉลาด โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์ ทำให้มั่นใจได้ถึงกระบวนการชาร์จที่ปลอดภัย ราบรื่น และเสถียร
บทสรุป

POCO X8 Pro Max คือสมาร์ตโฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดระดับมิดเรนจ์ค่อนไปทางไฮเอนด์ (Mid-to-High) อย่างแท้จริง หากคุณเป็นเกมเมอร์ที่ต้องการเฟรมเรตที่นิ่งสนิท หรือผู้ใช้งานสายโหดที่ต้องการมือถือแบตเตอรี่อึด ๆ ใช้งานได้ข้ามวันโดยไม่ต้องพกพาวเวอร์แบงก์ ในขณะที่ได้จอสวยคมชัดและชิปเซ็ตระดับเรือธง ในงบประมาณหมื่นต้นถึงหมื่นกลาง รุ่นนี้คือตัวเลือกที่ “คุ้มค่าที่สุด” ณ เวลานี้ครับ

POCO X8 Pro Max พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของ โดยมี 3 สี ให้เลือก ได้แก่ White, Black และ Blue โดยวางจำหน่ายที่ช่องทางการจำหน่ายออนไลน์ mi.com, Shopee, Lazada และ TikTok Shop
โดยลูกค้าที่ซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ ถึง 6 เมษายน 2569 สามารถซื้อ POCO X8 Pro Max รุ่นความจุ 12GB+256GB ในราคาพิเศษ 13,999 บาท (จากราคาปกติ 19,199 บาท) และ POCO X8 Pro Max รุ่นความจุ 12GB + 512GB ในราคาพิเศษ 14,999 บาท (จากราคาปกติ 20,399 บาท) พร้อมรับฟรี Smart Band 9 Active มูลค่า 899 บาท









