รีวิว : OPPO Reno3 Pro สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคู่ 44MP ถ่ายสวยคมชัดรุ่นแรกของโลก

เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา OPPO ได้เปิดตัว OPPO Reno3 Pro สมาร์ตโฟนระดับกลางบนรุ่นใหม่ในตระกูล  OPPO Reno3 Series ที่ประเทศอินเดียไป

โดยมาพร้อมจุดเด่นกล้องหน้าคู่ความละเอียดสูงถึง 44 ล้านพิกเซลรุ่นแรกของโลก บวกกับกล้องหลัง 4 ตัวความละเอียดสูง 64 ล้านพิกเซล ดีไซน์เรียบหรู และสเปกอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกครบครัน

ล่าสุด OPPO Reno3 Pro พร้อมแล้วที่จะวางจำหน่ายในบ้านเรา ซึ่งทางทีมงาน Mobileocta ก็ได้เครื่องมาเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปติดตามรีวิวกันเลยดีกว่าครับ

OPPO Reno3 Pro

สเปคเบื้องต้น  OPPO Reno3 Pro

ขนาด 158.8 x 73.4 x 8.1  มิลลิเมตร
น้ำหนัก 175 กรัม
หน้าจอ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (405 ppi) ขนาด 6.4 นิ้ว ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 ในสัดส่วน 20:9 และมีอัตราส่วนจอต่อเครื่องที่ 91.5%
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio P95 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GM9446
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB
microSD Card สูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 ตัว (Quad Camera) ประกอบด้วยกล้องหลัก Main Camera ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 และระบบ PDAF, กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และระบบ Auto Focus และกล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Camera โดยกล้องหลักความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 และกล้องรองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Color OS 7
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, USB Type-C reversible connector, USB On-The-Go
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 4025 mAh พร้อมเทคโนโลยี 30W VOOC Flash Charge 4.0 (สามารถชาร์จถึงระดับ 50% ในเวลา 20 นาที)
ราคา 18,990 บาท

PACKAGING & ACCESSORIES

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ OPPO Reno3 Pro เป็นกล่องกระดาษแข็ง 2 ชั้น โดยชั้นแรกมีสีเขียวเข้มพร้อมลวดลายบนกล่อง หน้ากล่องสลักชื่อรุ่น Reno3 Pro สีเงินขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง โดยมีโลโก้ OPPO อยู่มุมซ้ายด้านบน และขนาดหน่วยความจำ RAM 8GB/256GB อยู่มุมซ้าย ขณะที่ชั้นที่ 2 เป็นกล่องสีขาว

ส่วนด้านหลังมีรายละเอียดรหัสรุ่นพร้อมชื่อสี, หน่วยความจำ RAM+ROM, เลขอีมี่, เครือข่ายที่รองรับ รวมถึงรายละเอียดต่างๆ

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  1. ตัวเครื่อง OPPO Reno3 Pro
  2. อแดปเตอร์ชาร์จ 30W VOOC flash charge 4.0
  3. สายดาต้าลิงค์แบบ USB Type-C
  4. ชุดหูฟังมาตรฐาน 3.5 มม.
  5. เข็มจิ้มสำหรับเปิดถาดซิมการ์ด
  6. เคสซิลิโคนแบบใส
  7. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ / ใบรับประกันสินค้า

อแดปเตอร์ชาร์จ 30W VOOC flash charge 4.0 ที่สามารถชาร์จเพียง 20 นาที ได้แบต 50%

รูปลักษณ์ดีไซน์

OPPO Reno3 Pro มาพร้อมการดีไซน์ตัวเครื่องที่มีความเบาบาง สีสวย intrend แฟชั่น ง่ายต่อการถือและสัมผัส ด้วยความโค้งมนของตัวเครื่องที่สามารถรับกับมือได้อย่างลงตัว ด้วยรูปลักษณ์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความงามของแสงในธรรมชาติ

โดยในรุ่นนี้มี 3 สีด้วยกันคือ สีดำ Midnight Black, สีน้ำเงิน Auroral Blue และ สีขาว Sky White Limited Edition ซึ่งแต่ละสีสะท้อนถึงความสวยงามบนทอ้งฟ้าที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

ซึ่งสีที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มารีวิวคือ สีดำ Midnight Black ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้ายามค่่าคืน ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ อันเงียบสงบ เต็มไปด้วยเสน่ห์น่าค้นหา จากแสงของ ดวงดาว และดวงจันทร์

ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 91.5% และเจาะรูที่มุมซ้ายด้านบนสำหรับฝังกล้องคู่ Dual Punch-hole ที่ถ่ายเบลอหลังอย่างมีมิติและสวยเนียนธรรมชาติ และครั้งแรกกับ Ultra Night Selfie Mode ในกล้องหน้า ทำให้ selfie กลางคืนสวยสว่าง

พลิกมาด้านหลังเครื่อง ติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera ความละเอียด 64MP+13MP+8MP+2MP พร้อมไฟแฟลชคู่ LED วางเรียงในแนวตั้งอยู่มุมซ้ายด้านบน และมีโลโก้ OPPO อยู่มุมขวาด้านล่าง

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่องแบบ microSD Card รองรับสูงสุด 256GB กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

OPPO Reno3 Pro รันบนระบบปฎิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย ColorOS 7 ที่มีการปรับดีไซน์หน้าตา UI ใหม่ให้ดูเรียบขึ้น สีสันของหน้าจอและไอคอนต่างๆ จะดูสบายตากว่าเดิม แถมยังสามารถปรับแต่งขนาดของไอคอนได้ตามใจชอบด้วย นอกจากนี้เอฟเฟกต์กราฟิกและเสียงยังได้รับการพัฒนาและเพิ่มความคมชัดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ColorOS 7 ยังมาพร้อม Always-on Dark Mode ฟีเจอร์ที่สามารถใช้โหมดกลางคืนได้ตลอดทั้งวัน เพื่อให้ใช้งานได้สบายตาขึ้น และไม่ทำให้ตาล้าจากการใช้งานในที่แสงน้อย โดย Always-on Dark Mode ใน ColorOS 7 ยังสามารถใช้งานกับแอปอื่นๆ ได้ด้วย นอกจากนี้การเปิดโหมดดังกล่าวยังช่วยประหยัดแบตเตอรี่ได้ถึง 38% เลยทีเดียว

ในส่วนของหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าหลักด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้า Smart Assistant หรือผู้ช่วยอัจฉริยะสำหรับใข้งานฟังก์ชั่นด่วนที่ใช้บ่อยโดยการแตะครั้งเดียว และดูข้อมูลสำคัญอย่างรวดเร็วในขั้นตอนเดียว

นอกจากนี้ถ้าแตะที่ด้านบนแล้วลากลงมาจะเป็นหน้าจอแจ้งเตือน Notifications และถ้าเลือนจากใต้หน้าจอขึ้นมาจะเป็นหน้าสำหรับเปิดปิดการเชื่อมต่อต่างๆ ทั้งอินเทอร์เน็ต, WiFi รวมทั้งปรับความสว่าง มีฟังก์ชันถนอมสายตา (Eye protection) เป็นต้น และตั้งค่าใช้งานต่างๆ

รวมทั้งสามารถปรับแต่งได้ตามใจชอบไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนธีม, การเปลี่ยนภาพพื้นหลัง, การนำวิดเจ็ตที่ต้องการใช้งานมาไว้ที่หน้าจอโฮมสกรีน และการเปลี่ยนเอฟเฟกต์ปลดล็อกหน้าจอได้

รองรับการใช้งาน 2 ซิม พร้อมรองรับเครือข่าย 4G LTE with VoLTE และรองรับ Full Net Com 4.0 ใช้ 4G/3G ทั้ง 2 ซิม รวมถึงรองรับ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G  มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังบนหน้าจอแบบออปติคอล Hidden Fingerprint Unlock 3.0 สามารถสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคได้ไวกว่าเดิม 11.3% โดยตัวเซ็นเซอร์จะอยู่ที่ใต้หน้าจอด้านล่าง รองรับการตั้งค่าได้สูงสุด 5 ลายนิ้วมือ โดยก่อนใช้งานจะต้องทำการลงทะเบียนลายนิ้วมือพร้องตั้งรหัสแบบ PIN หรือแบบอื่นๆ ก่อน

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยใบหน้า เพียงลงทะเบียนด้วยใบหน้า ซึ่งจะใช้ได้เพียงหน้าเดียวเท่านั้น สามารถใช้งานด้วยการปัดหน้าจอขึ้น เพื่อเรียกการทำงานของกล้องหน้าให้ขึ้นมาปลดล็อค แล้วมองไปที่กล้องหน้าจอก็จะปลดล็อค อาจใช้เวลามากกว่าการสแกนด้วยนิ้วเล็กน้อย

มาพร้อมระบบเสียง Dolby Atmos เมื่อผู้ใช้เล่นเกมพร้อมใส่หูฟังแบบครอบหู ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์เอฟเฟกต์เสียงในเกมแบบไร้ทิศทางที่มีความสมจริงมากขึ้น เสมือนเข้าไปอยู่ในเกมนั้นจริงๆ นอกจากนี้ในเรื่องของการฟังคลิปเสียงต่างๆ ก็ดังกระหึ่มชัดเจนไม่แพ้กันอีกด้วย

รองรับเทคโนโลยี OPPO Screen Image Engine (OSIE) ที่มาช่วยปรับปรุงคุณภาพของภาพและเอฟเฟกต์ภาพ ด้วยการเพิ่มความอิ่มตัวของสีความคมชัดของภาพและลด noise ในแอพจากภายนอก เช่น Instagram, TikTok, Vmate, Vigo และ Likee

OPPO Reno3 Pro รองรับการสตรีมแบบ 1080p บน Netflix ซึ่งจะช่วยให้คุณเพลิดเพลินกับทีวี HD หรือภาพยนตร์ HD ทุกที่ทุกเวลา

ด้านการถ่ายภาพ

กล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Cameras

OPPO Reno3 Pro มาพร้อมกล้องหน้าคู่ Dual Punch-hole Camera ที่ออกแบบด้วยการฝังเลนส์คู่ฝังบนหน้าจอที่มุมซ้ายด้านบน ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก Ultra-clear Camera ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.65” รูรับแสง f/2.4 พร้อมโหมด AI Beauty ที่ถ่ายสวย และเป็นธรรมชาติ
  • กล้องรอง Depth of Field Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/5” รูรับแสง f/2.4 ครั้งแรกของ OPPO ที่ใส่ฟีเจอร์ Bokeh เลนส์คู่ในกล้องหน้าของ OPPO Reno3 Pro ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่มีฉากหลังละลายได้สวยงามเป็นธรรชาติ และสมจริงมากยิ่งขึ้น

สำหรับเลนส์ Depth of Field Lens ของกล้องรองจะทำการวิเคราะห์ ระดับความชัดลึกชัดตื้นของภาพถ่าย ให้ภาพที่ถ่ายนั้นมีระยะชัดลึกชัดตื้น ที่มีความเป็นธรรมชาติกว่าที่เคย ทำให้สามารถโฟกัสที่ตัวแบบได้ดีและคมชัดมากยิ่งขึ้น

รวมถึงมีโหมด Ultra Night Selfie Mode สำหรับถ่ายเซลฟี่ในเวลากลางคืนหรือในที่แสงน้อยได้สวย และชัดขึ้นด้วย

ทดสอบภาพจากกล้องหน้าเซลฟี่

โหมดปกติ

โหมด Portrait

โหมด Portrait + ฟิลเตอร์ต่างๆ

โหมด Ultra Night Slefie

กล้องหลัง 4 ตัว 64MP Zoom Quad Camera

ส่วนกล้องหลัง 4 ตัว Quad Camera พร้อมไฟแฟลขคู่ LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก Ultra Clear Main Camera ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/72″ และรูรับแสง f/1.79 ทำให้สามารถรับแสงได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ถ่ายภาพได้ละเอียด คมชัด และสีสันสดใสมากขึ้น
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/3.4″, รูรับแสง f/2.4, ซูมแบบไฮบริด 5 เท่า และดิจทัลซูม 20 เท่า
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultra-Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/4”, รูรับแสง f/2.2 แลถ่ายมุมกว้างได้ 119.9 องศา
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาด 1/5”, พิกเซลขนาดใหญ่ 1.7 um และ รูรับแสง f/2.4

ทดสอบโหมดต่างๆ จากกล้องหลัง

โหมดปกติ

https://www2.mobileocta.com/wp-content/uploads/2020/05/OPPO-Reno3-Pro-Camera-4-1.jpg

โหมด Portrait

โหมด Portrait + ฟิลเตอร์ต่างๆ

Ultra Dark Mode ถ่ายภาพคมชัดแม้ในที่มืดหรือแสงน้อย

กล้องหลังของ OPPO Reno3 Pro ยังมาพร้อม Ultra Dark Mode ให้ภาพถ่ายที่คมชัดแม้ในที่มืด / ที่แสงน้อย แม้ในที่ที่แสงมีจำกัด ก็ยังสามารถถ่ายภาพได้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ

ด้วย Algorithm ที่มีใน OPPO Reno3 Pro จะกำหนด Algorithm และโหมดการเลือก Input ที่แตกต่างกัน ตามความสว่างโดยเมื่อสว่างน้อยกว่า 1 lux โทรศัพท์จะเปิดโหมด Ultra Dark โดยอัตโนมัติและถ่ายภาพออกมาได้อย่างคมชัด

เคล็ดลับคือ ได้ภาพถ่ายหลายภาพที่มีระดับแสงแตกต่างกันโดย Input ที่ดีที่สุดจะถูกคัดเลือกผ่านฉาก AI และการตรวจจับโหมดที่แตกต่างกัน หลังจากนั้นมัลติเฟรมจะถูกส่งไปยังโปรเซสเซอร์เพื่อดำเนินการเพิ่มเติม

Hybrid Zoom 5 เท่า และ Digital Zoom สูงสุด 20 เท่า

OPPO Reno3 Pro มาพร้อมกล้องหลังที่มีฟังก์ชั่น Hybrid Zoom ที่ซูมได้ 5 เท่า และสามารถซูมแบบดิจิทัลได้สูงสุด 20 เท่า เก็บทุกช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมได้ทุกระยะ

ซูม 1X

ซูม 2X

ซูม 5X

ซูม 10X

ซูม 20X

Ultra Wide Angle เพิ่มมุมมองภาพที่กว้างขึ้น

เลนส์ Ultra Wide Angle ของ OPPO Reno3 Pro มีความละเอียดสูงถึง 8 ล้านพิกเซล ถ่ายภาพได้กว้าง เก็บทุกบรรยากาศและรายละเอียดที่ต้องการได้ครบถ้วน

Ultra Clear 108MP Image สุดยอดความคมชัดระดับมือโปร

OPPO Reno3 Pro สามารถถ่ายภาพความละเอียดได้ถึง 108MP ภาพคมชัด เก็บรายละเอียดของสิ่งที่ถ่ายได้ครบถ้วน ถึงแม้จะนำภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้นภาพก็ยังจะคมชัดไม่เปลี่ยนแปลง และยังมีรูปแบบเลนส์ให้เลือกถ่ายได้ ไม่ว่าจะเป็นเลนส์มาตรฐาน เลนส์ซูมระยะไกล และเลนส์มุมกว้างมาโครอีกด้วย

ภาพที่ถ่ายด้วยโหมด XHD

ภาพจากโหมด XHD ที่นำมาขยาย

Ultra Steady Video 2.0 ถ่ายวิดีโอได้นิ่งขึ้น และเก็บรายละเอียดได้ดีขึ้น 

การถ่ายวิดีโอของ OPPO Reno3 Pro ตัวนี้ จุดเด่นอยู่ที่โหมด Ultra Steady Video 2.0 หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “กันสั่น” ช่วยให้การถ่ายวิดีโอนิ่งขึ้น สามารถปรับ Bokeh Effect ที่สามารถละลายฉากหลังได้ และการถ่ายวิดีโอในโหมด Ultra Wide Angle มีมุมที่กว้างขึ้นเกือบ 120 องศา

ตัวอย่างวิดีโอโหมด Ultra Steady Video 2.0

โหมด Ultra Steady Video 2.0

โหมด Ultra Steady Video 2.0 + Ultra Wide Angle

OPPO Reno3 Pro Soloop Smart Video Editor ครีเอทความสนุกได้ในคลิกเดียว

Soloopโปรแกรมตัดต่อวิดีโออัจฉริยะ Soloop โปรแกรมตัดต่อวิดีโออัจฉริยะ ที่ได้รับการพัฒนาโดย ColorOS ช่วยให้เหล่า Vloggers หรือผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายวิดีโอ สามารถสร้างคลิปสุดสนุกได้อย่างง่ายดาย พร้อมกับสามารถแก้ไข ภาพ เพิ่มเสียงเพลง เลือกธีมวิดีโอ หรือใส่ฟิลเตอร์ ตามสไตล์ของคุณเอง และให้คุณแชร์คลิปวิดีโอไปที่ YouTube หรือ TikTokได้เพียงคลิกเดียว

ตัวอย่างภาพจากกล้อง

ประสิทธิภาพ

OPPO Reno3 Pro ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core (ARM Cortex-A75 + ARM Cortex-A55) ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio P95 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก PowerVR GM9446, RAM 8GB และหน่วยความจำภายในเครื่องขนาด 256GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 256GB

ด้านการเล่นเกมนั้น ความเร็วนับว่าเป็นสิ่งที่สามารถตัดสินแพ้-ชนะได้ ดังนั้น OPPO Reno3 Pro จึงลดเวลาตอบสนองการสัมผัสหน้าจอโดยเฉลี่ยสูงสุด 35% สนทนาได้อย่างชัดเจน ไร้เสียงรบกวน ด้วย Algorithm Elevoc ทำให้ OPPO Reno3 Pro สามารถกำจัดเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น จากเสียงรบกวน รอบตัวระหว่างเล่นเกม

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่า ใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV และ PUBG ที่มีภาพกราฟิกสูงแบบสามมิติ สามารถเล่นได้อย่างไหลลื่น ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุกให้เห็น และเล่นนานๆ เครื่องก็ไม่มีอาการร้อนอีกด้วย โดยรวมแล้วถือว่าสอบผ่าน

รวมทั้งติดตั้งเทคโนโลยี Hyper Boost เวอร์ชั่นล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มอัตราเฟรมเรตและประสิทธิภาพการสัมผัส พร้อมช่วยจัดสรรทรัพยากรในระบบโดยการตรวจจับและทำนายสถานการณ์การเล่นเกมเพื่อให้ได้อัตราเฟรมที่ดีที่สุด ทำให้เกมทำงานได้อย่างราบรื่นแม้ในสถานการณ์ที่ต้องใช้ทรัพยากรมาก โดย FPS (เฟรมต่อวินาที) เพิ่มขึ้น 38%

นอกจากนี้ความถี่ในการสแกนยังเพิ่มขึ้น พร้อมกระบวนการที่ไม่จำเป็นลดลง และความรวดเร็วเฉลี่ยในการสัมผัสเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งทำให้การตอบสนองการสัมผัสยังคงรวดเร็ว แม้ในสภาวะที่มีพลังงานต่ำ

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO Reno3 Pro ผ่านแอป Antutu

ผลการทดสอบประสิทธิภาพของ OPPO Reno3 Pro ผ่านแอป GeekBench

แบตเตอรี่

OPPO Reno3 Pro ใช้แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 4,025 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จไวแบบ 30 VOOC Flash Charge 4.0 ซึ่งปรับปรุงอัตราการชาร์จจาก 1.5C เป็น 3C ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ขั้นสูง ช่วยให้ชาร์จได้อย่างต่อเนื่องกับกระแสไฟแรงสูง พร้อมเร่งความเร็วในการชาร์จมากกว่าเคย ชาร์จ 20 นาที ได้แบตเตอรี่มากถึง 50%

รวมทั้งมีระบบความปลอดภัยแบบ 5 ขั้นตอนตั้งแต่อุปกรณ์ที่ชาร์จไปจนถึงแบตเตอรี่ที่อยู่ภายในสมาร์ทโฟน สามารถเล่นเกมไปพร้อมกับการชาร์จได้โดยที่ตัวเครื่องไม่ร้อนอีกด้วย ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่าสมาร์ทโฟนจะมีความปลอดภัยตลอดระยะเวลาการชาร์จอีกด้วย

หลังจากที่ได้ทำการทดสอบโดยใช้งานต่อเนื่องใน 1 วันปรากฏว่าสามารถใช้งานได้ประมาณ 10-12 ชั่วโมง แต่ถ้าใช้งานอินเทอร์เน็ตในเครือข่าย 4G แบตก็อาจหมดเร็วขึ้น โดยรวมแล้วสามารถใช้งาน 1 วันได้อย่างสบายๆ และถ้าแบตเหลือน้อยลง ก็สามารถชาร์จโดยใช้เวลาไม่นาน และใช้งานได้อย่างต่อเนื่องทันที

บทสรุป

OPPO Reno3 Pro สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมสโลแกน “Clear in Every Shot กล้องหน้าคู่สวยชัด 44MP” ยกระดับความเป็น Selfie Expert ขึ้นไปอีกขั้น

โดยถือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่มีกล้องหน้าคู่ความละเอียดสูง 44 ล้านพิกเซล ที่ถ่ายเซลฟี่ได้คมชัด เบลอหลังอย่างมีมิติ และสวยเนียนเป็นธรรมชาติ และยังวางตำแหน่งของกล้องไว้ได้อย่างลงตัว ด้วยการติดตั้งกล้องคู่ฝังใต้หน้าจอแบบ Dual Punch-hole Camera

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังมีรูปลักษณ์สวยงามและมีเอกลักษณ์ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากความงามของแสงในธรรมชาติ โดยมีให้เลือก 3 สีคือ สีน้ำเงิน Aurora Blue ได้รับแรงบันดาลใจมาจากแสงเหนือ, สีดำ Midnight Black ได้รับแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าในเวลากลางคืน

และสีขาว Sky White Limited Edition ได้รับแรงบันดาลใจมากจากท้องฟ้ายามเช้า รวมทั้งยังมีความเบา และบาง ง่ายต่อการถือและสัมผัส ด้วยความโค้งมนของตัวเครื่องที่สามารถรับกับมือได้อย่างลงตัว

ด้านประสิทธิภาพก็จัดเต็มด้วยชิปเซ็ท MediaTek Helio P95 ความจำ RAM 8GB จับคู่กับ ROM 256GB ทำงานบนพื้นฐาน Android 10 สวมทับด้วย ColorOS 7

และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4025mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 30W VOOC Flash Charge 4.0 เรียกได้ว่าสามารถใช้งานได้ยาวนาน และใช้เวลาในการชาร์จไม่นานอีกด้วย

ทั้งนี้ OPPO Reno3 Pro ราคา 18,990 บาท เริ่มเปิดพรีออเดอร์ 1-7 พฤษภาคมนี้ 

พิเศษ!! สำหรับผู้ที่พรีออเดอร์ OPPO Reno3 Pro ทั้งสีดำ Midnight Black สีน้ำเงิน Auroral Blue และ สีขาว Sky White Limited Edition

จะได้รับของแถมกระเป๋า Pre-order 1 ใบมูลค่า 1,490 บาท (มีจำนวนจำกัด) และรับประกันหน้าจอแตก E-VIP ระยะเวลา 1 ปี มูลค่า 6,000 บาท (สิทธิ์ไปพร้อมกับตัวเครื่องไม่มีบัตรแยก) และรับส่วนลดพิเศษอีก 500 บาทในวันรับเครื่อง

และสำหรับผู้พรีออเดอร์ผ่านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง AIS, dtac และ TrueMove H รับส่วนสดสูงสุด 10,000 บาท เริ่มต้นเพียง 8,990 บาท เมื่อสมัครแพ็คเกจที่กำหนด