รีวิว Infinix HOT 10S สมาร์ตโฟนจอลื่น 90Hz แรงด้วยขุมพลัง Helio G85 และแบตอึด 6,000mAh เริ่มต้นเพียง 4,199 บาท

เปิดตัว และวางจำหน่ายในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ Infinix HOT 10S สมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นใหม่ตระกูล HOT 10 Series ที่มาพร้อมกับสโลแกน “Game on now – เปิดเกม พร้อมลุย”

เอาใจสายเกมเมอร์ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G85 ผสานกับหน้าจอขนาดใหญ่รีเฟรชเรท 90Hz และแบตอึด 6,000mAh ตอบโจทย์ความต้องการสำหรับนักเล่นเกมมือถือตัวยง ให้คุณเล่นเกมและเพลิดเพลินไปกับความบันเทิงได้อย่างเหนือระดับ 

นอกจากนี้ Infinix HOT 10S ยังครบเครื่องเรื่องคุณสมบัติการใช้งาน ในราคาสุดคุ้ม อยากรู้กันแล้วใช่ไหมครับว่าการใช้งานจะเป็นอย่างไร เราไปดูรีวิวกันเลยครับ

Infinix Hot 10S

สเปคเบื้องต้น Infinix Hot 10S

ขนาด171.5 x 77.5 x 9,2 มม.
น้ำหนัก211 กรัม
หน้าจอDotDrop Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1640 พิกเซล (263 ppi) ขนาด 6.82 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 83.1%
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.0GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Helio G85 (12nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G52 MC2
RAM4GB/6GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Cardสูงสุด 256GB
กล้องถ่ายภาพกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช Quad LED ประกอบด้วย
– กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, (wide), 1/2.0, 0.8µm และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่สองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่สาม เลนส์ AI

กล้องหน้าเซลฟี่ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 3264×2448 พิกเซล
ระบบปฏิบัติการAndroid 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6
เชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot, Bluetooth 5.0, GPS with A-GPS, FM Radio, microUSB 2.0, USB On-The-Go
รองรับระบบ4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่6000 mAh พร้อม Power Marathon Tech ที่ช่วยให้ใช้งานได้ยาวนานขึ้น
ราคารุ่น RAM 4GB+64GB ราคา 4,190 บาท
รุ่น RAM 6GB+128GB ราคา 4,999 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Infinix Hot 10S เป็นกล่องกระดาษแข็ง ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่ โดยมุมซ้ายล่างระบุหน่วยความจำขนาด RAM 6GB+128GB และด้านล่างระบุชิปเซ็ท Helio G85 ที่มาพร้อมประสิทธิภาพการเล่นเกมที่ยอดเยี่ยม

ส่วนด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเบื้องต้นเช่น ชนาดตัวเครื่อง, หน่วยความจำ, หน้าจอแสดงผล, ความละเอียดกล้องหน้าและกล้องหลัง เป็นต้น พร้อมข้อมูลผู้ผลิต และผู้นำเข้า

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

1.ตัวเครื่อง Infinix Hot 10S

2.สาย microUSB + อะแดปเตอร์ 10W (5V, 2A)

3.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

4.เคสพลาสติกใส

5.ฟิลม์กันรอย

6.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

7,บัตรเชิญเข้าสู่ XCLUB ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน Infinix

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง Infinix Hot 10S มีรูปลักษณ์ดีไซน์สวยหรู ด้วยขนาด 171.5 x 77.5 x 9,2 มม. และน้ำหนัก 211 กรัม และมีให้เลือก 4 สีคือ สีดำ (95 Degree Black) สีเขียว (Morandi Green) สีฟ้า (Heart of Ocean) และ สีม่วง (7 Degree Purple)  โดยสีที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มาพรีวิวแกะกล่องคือ สีดำ (95 Degree Black)

หน้าจอแสดงผลแบบ DotDrop Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720×1640 พิกเซล (263ppi) ขนาด 6.82 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีสัดส่วนระหว่างหน้าจอกับตัวเครื่องที่ 83,1%

ตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

พลิกมาด้านหลังเครื่องมุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช Quad LED อยู่โมดูลสี่เหลี่ยมมุมซ้ายด้านบน ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, (wide), 1/2.0, 0.8µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่สองเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่สาม เลนส์ AI

รองรับการถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงสุด 3968 x 2976 พิกเซล และถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด
1080P@30FPS

ถัดลงมาตรงกลางมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต microUSB 2.0 และช่องลำโพงเสียง

คุณสมบัติการใช้งาน

Infinix HOT 10S รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย XOS 7.6 ที่ทาง Infinix เป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเอง โดยมีหน้าตาเมนูที่ดูสวยงาม มี Theme ให้เลือกดาวน์โหลดมากมาย อีกทั้งมีฟีเจอร์ต่างๆ ที่น่าสนใจอย่าง Freeze หรือตู้แช่แข็ง ที่สามารถย้ายแอปที่ไม่ได้ใช้งานบ่อยๆ หรือแอปที่ชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต หรือแอบทำงานโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งสามารถย้ายเข้าไปเก็บไว้ได้ ทำให้แอปเหล่านั้นหยุดการทำงานทั้งหมด

ส่วนหน้าจอหลักนั้น มีหน้าจอเริ่มต้นให้ใช้ทั้งหมด 2 หน้าด้วยกัน โดยด้านซ้ายเป็นหน้าจอหลัก ส่วนด้านขวาเป็นหน้ารวมแอปพลิเคชั่น และสามารถเพิ่มได้ตามจำนวนแอปที่ดาวน์โหลดมา ด้านบนเมื่อใช้นิ้วแตะลากลงมาจะเป็นส่วนแสดงรายละเอียดเครือข่ายที่ใช้งาน กิจกรรมล่าสุด และการแจ้งเตือนต่างๆ

ส่วนด้านล่างมีปุ่มควบคุมการใช้งานต่างๆ 3 ปุ่มด้วยกันได้แก่ ปุม Recent Apps, ปุ่มโฮม ถ้ากดค้างไว้จะเข้าหน้า Google Assistant และปุ่มย้อนกลับ

รองรับ 2 SIM สามารถใช้งาน 4G ได้พร้อมกันทั้งซิมหนึ่ง และซิมสอง

รองรับการปลดล็อคหน้าจอด้วยการสแกนใบหน้า

ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง

มาพร้อมหน้าจอที่สามารถเลือกค่าอัตราการรีเฟรชเรทสูงสุดที่ 90Hz ทำให้การแสดงผลบนหน้าจอตอบสนองและลื่นไหลได้อย่างสูงสุด และสามารถตั้งค่าอีตรารีเฟรชเรทการสลับโดยอัตโนมัติตามการใช้งานจริงได้

อ่านต่อหน้า 2