รีวิว Fitbit Luxe สมาร์ทวอทช์สายแฟชั่น ดีไซน์หรูหราราวกับเป็นเครื่องประดับบนข้อมือ

ในปัจจุบันอุปกรณ์ติดตามด้านสุขภาพ หรือ Fitness Tracker ในท้องตลาดมีมากมายหลายแบบ มีตั่งแต่ราคาหลักร้อย ไปจนถึงหลักหมื่นเลยครับ ซึ่งแน่นอนว่าอุปกรณ์รุ่นราคาประหยัด ที่แม้จะมีดีไซน์ขนาดเล็กกะทัดรัด แต่ส่วนใหญ่มักมีดีไซน์ที่ดูเรียบจนเกินไป วัสดุก็เป็นพลาสติกถูกๆ เสียเยอะ ในขณะที่ถ้าหากอยากได้ที่มันหรูหราหน่อย รุ่นแพงๆ ก็จะมีขนาดที่ใหญ่โต เทอะทะ ไม่คล่องตัวเวลาใส่ออกกำลังกายเท่าใดนัก

เชื่อว่าช่องว่างทางการตลาดตรงนี้เอง ที่ทำให้ Fitbit มองเห็นโอกาสครับ จึงเปิดตัว Fitbit Luxe ที่เป็น Fitness Tracker ขนาดกะทัดรัด แต่มีดีไซน์ที่หรูหรามีระดับ สามารถใส่ออกกำลังกายได้อย่างคล่องตัว แต่ก็สามารถใส่เที่ยวเปรียบเสมือนเป็นเครื่องประดับติดตัวผู้ใส่ได้ 

Fitbit LUXE

ซึ่งวันนี้แน่นอนว่าทีมงาน MobileOcta ก็มีโอกาสได้ Fitbit Luxe มาทดสอบใช้งานกัน วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังว่าหลังจากได้ทดสอบอุปกรณ์สำหรับคนรักสุขภาพรุ่นนี้แล้ว จะมีจุดเด่นหรือจุดสังเกตอะไรที่น่าสนใจบ้าง เรามาติดตามกันครับ

Unboxing แกะกล่อง

ก่อนอื่นเรามาแกะกล่อง Fitbit Luxe กันก่อนครับ ในกล่องอุปกรณ์ที่แถมมาจะมีดังนี้

  • Fitbit Luxe
  • ที่ชาร์จแม่เหล็ก
  • สายสำหรับเปลี่ยน (ในกล่องจะมี 2 ขนาดสำหรับชายและหญิง)
  • คู่มือและใบรับประกัน

อุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่องถือว่าเพียงพอต่อการเริ่มต้นใช้งานครับ แม้ว่าที่ชาร์จจะไม่ได้แถมหัวชาร์จมาให้ แต่เราก็สามารถใช้ร่วมกับสมาร์ทโฟน หรือชาร์จผ่านช่อง USB ของคอมพิวเตอร์ได้เลย ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

Design การออกแบบ

Fitbit Luxe นับเป็นหนึ่งในเครื่อง Fitness Tracker แบบสวมใส่บนข้อมือที่เล็กที่สุดที่เราเคยทดสอบเลยครับ โดยมีหน้าจอแสดงผลขนาด 0.76 นิ้ว โดยที่ตัวเรือนมีขนาด 1.43 x 0.69 นิ้ว x 0.4 นิ้ว ซึ่งถือว่ามีขนาดค่อนข้างกะทัดรัดทีเดียว

Fitbit Luxe สวมใส่ได้อย่างมั่นใจ แน่นหนาไม่หลุดง่าย เพราะมีสลักบริเวณที่เก็บสาย

ที่ด้านหลังของ Luxe จะมีส่วนของระบบชาร์จ และเซ็นเซอร์ที่จำเป็นต่างๆ เช่น การวัดอัตราการเต้นของหัวใจ และการติดตาม Sp02 เป็นต้น โดยตัวเรือนสามารถกันน้ำได้สูงถึง 50 เมตร ดังนั้นจึงสามารถสวมใส่ขณะว่ายน้ำเพื่อติดตามการออกกำลังกายได้หายห่วง

Fitbit Luxe เปิดตัวมาทั้งหมด 4 สีแบบผสมกันครับ คือสีขาว+ทองอ่อน, สีดำ+สีกราไฟต์ (คล้ายๆ เทาดำ), สีชมพู+สีเงินแพลตตินั่ม (ตัวที่เราได้มารีวิว) และรุ่นพิเศษสีทองนั่นเอง

จากภาพด้านบนจะแน่นอนว่า Fitbit พยายามดึงดูดลูกค้ากลุ่มที่ต้องการเครื่องติดตามฟิตเนสที่เข้ากับสไตล์ของตัวเอง และเสื้อผ้าที่ทันสมัย ​​ที่ต้องโชว์ความโดดเด่นของแบนด์ที่สวยงาม ไม่ใช่แค่ดูเหมือนแท่งพลาสสติกสีดำแบบที่มีขายทั่วไปตามท้องตลาดครับ และหากจะไปสายแฟชั่นให้สุด ทาง Fitbit ยังมีตัวเลือกสายเสริมแบบพิเศษ ตัวอย่างเช่น สร้อยข้อมือ Gorjana Parker Link Bracelet ซึ่งมีสีทองหรือแพลตตินั่มอยู่ที่ 100 เหรียญ เป็นต้น 

Performance ด้านประสิทธิภาพการใช้งาน

Fitbit Luxe เป็น Fitness Tracker ที่มาพร้อมความสามารถที่ครบครันตามสไตล์ของ Fitbit ครับ ไม่ว่าจะเป็นการนับก้าว การติดตามการออกกำลังกาย การติดตามการนอนหลับ และการติดตามประสิทธิภาพของหัวใจของคุณ และแน่นอนว่าในยุคโควิดแบบนี้ ที่ขาดไม่ได้คือการติดตามระดับ Sp02 ที่ช่วยติดตามปริมาณออกซิเจนในเลือดของคุณ ได้ทั้งระหว่างวัน และระหว่างที่คุณนอนหลับอัตโนมัติ

โดยในระหว่างที่ทีมงานได้ทดสอบประมาณ 2-3 สัปดาห์นี้ ทีมงานได้ใช้ Fitbit Luxe เพื่อติดตามการขี่จักรยาน ตีแบด และการเดินหลายๆ ครั้ง พร้อมกับกิจกรรมประจำวันและการนอนหลับ อุปกรณ์สามารถติดตามการทำกิจกรรมได้อย่างถูกต้อง ค่อนข้างแม่นยำทีเดียวครับ และที่สำคัญด้วยขนาดที่เล็ก และมีน้ำหนักเบา ทำให้ผู้รีวิวไม่รู้สึกอึดอัดเมื่อใส่ใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานอีกด้วย ตรงนี้ถือเป็นข้อดีทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตาม Fitbit Luxe ไม่มี GPS ในตัวแบบสแตนด์อโลน ดังนั้นจึงต้องมีสมาร์ทโฟนอยู่ใกล้ๆ เสมอสำหรับเชื่อมต่อเพื่อการอ่านตำแหน่งและระยะทางที่เดินทางได้แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากราคาค่าตัวแล้ว ก็ไม่แปลกที่จะไม่มี GPS ครับ ถือว่าสมน้ำสมเนื้ออยู่แล้ว โดยรวมจากที่เราได้ทดลองใช้คุณสมบัติหลักต่างๆ ของ Fitbit Luxe ก็ถือว่าทำได้ดีในทุกด้านครับ 

ส่วนจุดสังเกตของรุ่นนี้ก็มาจากข้อดีด้านความกะทัดรัดนั่นล่ะครับ คือ ด้วยตัวเครื่องที่มีขนาดเล็ก ทำให้การอ่านข้อความ การแจ้งเตือน หรืออื่นๆ อาจมีปัญหาอ่านได้ยากสำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านสายตา และแน่นอนว่าสำหรับคนไทย เครื่องนี้ยังไม่รองรับภาษาไทยนะครับ แต่ถ้าผู้ใช้เชี่ยวภาษาอังกฤษอยู่แล้ว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

Battery แบตเตอรี่

ส่วนด้านอายุการใช้งานแบตเตอรี่ ตามข้อมูลที่เปิดตัวระบุว่าอุปกรณ์จะสามารถใช้งานได้ 5 วันต่อการชาร์จ 1 ครั้ง แต่จากที่่ใช้งานจริงที่ผ่านมา Fitbit Luxe สามารถใช้งานได้เกิน 6 วันทีเดียวครับ สำหรับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน แต่อย่างไรก็ตาม ด้านแบตเตอรี่อาจมีปัจจัยหลายอย่างที่ใช้งานได้ไม่เท่ากัน เช่น ความถี่หรือระยะเวลาในการออกกำลังกาย หรือความสว่างหน้าจอ เป็นต้น

Fitness Feature ฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกายที่น่าสนใจ

ส่วนทางด้านฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่น่าสนใจของ Fitbit Luxe จากที่ทีมงานได้ทดลองใช้ หลักๆ จะมีที่น่าสนใจดังนี้ครับ

ระบบการรายงานข้อมูลด้านสุขภาพให้คุณทราบผ่าน Health Metrics Dashboard บนแอปพลิเคชัน Fitbit โดยเมื่อคุณใส่เป็นประจำ อุปกรณ์จะเก็บข้อมูลสุขภาพต่างๆ ของคุณ เช่น ความเครียด ความเหนื่อยล้า หรือสัญญาณความเจ็บป่วย พร้อมวิเคราะห์ข้อมูล และให้คำแนะนำเบื้องต้นให้ปฏิบัติด้วย 

ต่อมาเป็นระบบ Stress Management Score ที่อยู่บน Fitbit Luxe เป็นรุ่นแรกของแบรนด์ โดยระบบจะมีการให้คะแนนความเครียดแบบรายวัน พร้อมกับมีฟีเจอร์ที่ให้คุณบริหารจัดการความเครียดเพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพดีไม่ว่าจะมีวิถีชีวิตแบบใด ตรงนี้ถือว่าเหมาะกับยุคโควิดที่หลายคนประสบปัญหาความเครียดกันครับ

Watch Face มีให้เลือกหลายแบบหลายสไตล์

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ด้านสุขภาพอื่นๆ เช่น การบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่คุณรับประทานเข้าไป การดื่มน้ำ และน้ำหนัก รวมถึงการตั้งเป้าหมายการลดน้ำหนักของคุณด้วย ตรงนี้เหมาะกับคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนักนั่นเอง

ส่วนด้านการออกกำลังกาย Fitbit Luxe มาพร้อมโหมดการออกกำลังกายที่แตกต่างกัน 20 ประเภท ยกตัวอย่างเช่น กอล์ฟ พิลาทิส การปั่นจักรยาน เทนนิส การเดิน การวิ่ง เป็นต้น โหมดเหล่านี้จะช่วยให้การออกกำลังกายของคุณสนุก และน่าสนใจมากขึ้นครับ ใครถนัดกีฬาแบบไหน ก็เลือกได้ตามใจชอบเลย

Conclusion สรุป 

โดยสรุปหลังจากทีมงานได้ทดสอบหลังจากที่เราได้ทดสอบ Fitbit Luxe มาระยะหนึ่ง พบว่าเราค่อนข้างประทับใจกับดีไซน์การออกแบบเป็นพิเศษครับ โดยเฉพาะสีชมพูที่เราได้มาทดสอบนี้ ค่อนข้างเตะตากลุ่มผู้ใช้วัยรุ่นโดยเฉพาะผู้หญิงเป็นอย่างดี เพราะมาพร้อมสายซิลิโคนสีสวยงาม และบอดี้ตัวเรือนสีเงินที่ดูหรูหรา เข้ากันกับทุกแฟชั่นที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างดี รวมถึงน้ำหนักที่ค่อนข้างเบา ให้ความรู้สึกเหมือนใส่เครื่องประดับทีเดียว

นอกจากความสวยงามแล้ว ด้านฟีเจอร์เกี่ยวกับสุขภาพก็ถือว่าให้มาครบถ้วนอย่างที่ Fitness Tracker ดีๆ ควรจะมีเช่นกันครับ ไม่ว่าจะเป็นการนับก้าว โหมดการออกกำลังกายที่หลากหลาย บอดี้กันน้ำใส่ว่ายน้ำได้ ระบบตรวจวัด HR รวมถึง SpO2 สำหรับวัดออกซิเจนในเลือดที่เหมาะกับช่วงนี้ การติดตามการนอนหลับ และอื่นๆ ถือว่าให้มาค่อนข้างครบจบในตัวทีเดียว

ข้อสังเกตสำหรับ Fitbit Luxe จริงๆ อาจเป็นเรื่องการไม่มี GPS ในตัว แต่จุดนี้เมื่อพิจารณาถึงราคาค่าตัวแล้ว ก็เข้าใจได้ครับ เพราะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 4,990 บาทเท่านั้น ซึ่งเมื่อเทียบกับฟีเจอร์ที่ได้ ก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ ตามราคา

เอาเป็นว่าใครหาสมาร์ทวอทช์ฉลาดๆ แบบไม่ใหญ่มาก ใส่เป็นเครื่องประดับออกงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันแบบเก๋ๆ ได้ Fitbit Luxe ถือว่าตอบโจทย์ทีเดียวครับ สำหรับวันนี้ทีมงาน MobileOcta ก็ต้องขอลาไปก่อน จนกว่าจะพบกันใหม่ สวัสดีครับ 🙂