เปิดตัว Redmi Watch มาพร้อมจอ 1.4 นิ้ว, โหมดกีฬา 7 โหมด และกันน้ำลึก 50 เมตร ในราคาเบาๆ เพียง 1,400 บาท

Xiaomi ประกาศเปิดตัว Redmi Watch สมาร์ตวอทช์รุ่นแรกของแบรนด์ Redmi มาพร้อมจุดเด่นหน้าปัดสี่เหลี่ยมขนาด 1.4 นิ้ว, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, กันน้ำได้ลึก 50 เมตร และแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานต่อเนื่อง 12 วัน ในราคาเพียง 1,400 บาทเท่านั้น !!!

Redmi Watch

Redmi Watch มาพร้อขนาด 41x 35 x 10.9 มม. น้ำหนัก 35 กรัม (รวมสาย) หน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมขนาด 1.4 นิ้ว หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ความละเอียดระดับ HD 320 × 320 พิกเซล ครอบทับด้วยกระจกขอบโค้ง 2.5D และสามารถควบคุมการใช้งานผ่านหน้าจอแบบสัมผัส

นอกจากนี้ยังสามารถเลือกเปลี่ยนภาพวอลเปเปอร์หรือ Watch Faces ผ่านแอป Mi Fit ที่มีให้เลือกมากกว่า 120 แบบ เรียกว่าเยอะมาก และคาดว่าจะมีอัปเดตเพิ่มเติมอีกในอนาคต

ในส่วนของโหมดออกกำลังกานของ Redmi Watch มีให้เลือกถึง 7 โหมด ได้แก่ การเดิน การวิ่ง การปั่นจักรยานทั้งแบบในร่มและกลางแจ้ง รวมไปถึงการออกกำลังกายทั่วไป และสามารถใส่ว่ายน้ำได้ด้วย โดยรองรับการกันน้ำได้ลึก 50 เมตร รวมทั้งมาพร้อมเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง, ตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับ และผ่อนคลายด้วยการฝีกหายใจได้อีกด้วย

ส่วนการแจ้งเตือนก็รองรับทั้งแอป, การโทร, SMS, กิจกรรมการออกกำลังกาย การตรวจวัดหัวใจ และการเชื่อมต่อ Bluetooth เป็นต้น รวมไปถึงควบคุมเพลง, ค้นหาโทรศัพท์, ตรวจสอบสภาพอากาศ, เข็มทิศดิจิตอล, นาฬิกาปลุกและจับเวลาได้อีกด้วย

Redmi Watch มาพร้อมแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานสุดถึง 12 วัน ถ้าใช้โหมดประหยัดพลังงาน แต่ถ้าใช้โหมดปกติจะใช้ได้นานสูงสุด 7 วัน ด้วยการชาร์จเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาในการชาร์จจาก 0% – 100% เพียงแค่ 2 ชั่วโมง

ในขณะที่การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนรองรับทั้ง Android และ iOS ผ่านทาง Bluetooth 5.0 BLE ที่สามารถทำงานได้ไกล และรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น แถมยังประหยัดพลังงานอีกด้วย และสามารถสั่งงานผ่าน Xiao AI ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะด้วยคำสั่งเสียง และเชื่อมต่อระบบ NFC เพื่อใช้ในการชำระเงิน หรือล็อคประตูดิจิตอลได้อีกด้วย (ใช้ได้เฉพาะเวอร์ชั่นที่จำหน่ายในประเทศจีน)

ทั้งนี้ Redmi Watch มีใ้หลือก 3 สีคือ Elegant Black, Ink Blue และ Ivory White พร้อมสายรัดที่เข้ากันและสายรัดเพิ่มเติมในสี Cherry Pink และ Pine Green โดยมีราคาอยู่ที่ 299 หยวน หรือประมาณ 1,400 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศจีนในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ ส่วนประเทศอื่นๆ คงต้องรอการประกาศอีกครั้ง

ที่มา : Fonearena