รีวิว realme 16 Pro Series 5G ปฏิวัติกล้องมือถือด้วย 200MP Portrait Master พร้อมดีไซน์ Urban Wild และแบตยักษ์ 7,000mAh

กลับมาสร้างแรงสั่นสะเทือนในตลาดสมาร์ตโฟนระดับ Mid-to-High อีกครั้งกับ realme 16 Pro Series 5G ที่รอบนี้ไม่ได้มาแค่การอัปเกรดสเปคยิบย่อย แต่เป็นการ “ก้าวกระโดด” ในหลาย ๆ ด้าน

โดยเฉพาะรุ่นพี่อย่าง realme 16 Pro+ 5G ที่ยัดเทคโนโลยีระดับเรือธงมาให้แบบไม่กั๊ก ทั้งกล้อง 200MP Portrait Master, แบตเตอรี่ความจุทะลุพิกัดถึง 7,000mAh และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP69K ซึ่งหาได้ยากมากในเซกเมนต์นี้

วันนี้ทีมงาน MobileOcta จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกมิติของการใช้งานจริง ทั้งรุ่น realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G ว่าสมาร์ตโฟนซีรีส์นี้จะตอบโจทย์ใคร และคุ้มค่าแค่ไหนครับ

สเปกเบื้องต้น realme 16 Pro+ 5G

ขนาด162.5 x 76.3×8.49 มม.
น้ำหนัก203 กรัม
หน้าจอ 144Hz HyperGlow 4D Curve+ Display แบบ AMOLED ความละเอียด 1280 x 2800 พิกเซล ขนาด 6.8 นิ้ว (453PPI) ในอัตราส่วน 19.5:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 94% โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz, อัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, ช่วงสี: 1.07 พันล้านสี 10 บิต, ความสว่างปกติ : 600 nits (Typical) HBM: 1800 nits (Typical) สูงสุด 6500 nits, รองรับ HDR10+, คอนทราสต์: 5000000:1, ความอิ่มตัวของสี: 100% DCI-P3 และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 7i
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM7750-AB Snapdragon 7 Gen 4 (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 722
RAM12GB รองรับเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion สำหรับเพิ่ม RAM เสมือนได้อีกสูงสุด 14GB 
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB/512GB
microSD Cardไม่รองรับ
ระบบปฏิบัติการ realmu UI 7.0 based on Android 16
เชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band
Bluetooth 5.4, A2DP, LE, aptX HD, LHDC 5
GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
พอร์ตอินฟราเรด
พอร์ต USB Type-C 2.0, OTG
กล้องถ่ายภาพกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″, 0.5µm, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบฟูลพิกเซล ความละเอียด 200MP และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto เซ็นเซอร์ Samsung JN5 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76″, 0.64µm, ระบบ PDAF, ซูมออปติคอล 3.5 เท่า และซูมดิจิทัลสูงสุด 10 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm, ถ่ายมุมกว้างได้ 115.5 องศา, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และรองรับการถ่ายมาโครด้วยเลนส์มุมกว้าง

พร้อมโหมด Photo,Video,Portrait,AI Landscape,Vibe,Night,HI-RES,Pano,Food,Pro Video,SLO-MO,TIME-LAPSE,Long Exposure,Dual-View Video,Underwater,Text Scanner,Breeno Scan,Starry Mode,TILT-SHIFT,Google Lens

กล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ OV50D รูรับแสง f/2.4, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.88″, 0.61µm และถ่ายมุมกว้างได้ 87°

พร้อมโหมด Photo, Video, Portrait, Night, Panorama, HI-RES,Dual-view video, TIME-LAPSE, UNDERWATER

วิดีโอ
4K @60FPS
4K @30FPS
1080P@60FPS
1080P@30FPS
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G + 5G Dual Mode (SA/NSA)
GSM: 850/900/1800 MHz
WCDMA: Band 1/5/8
LTE FDD: Band 1/3/5/8/28B
LTE TDD: Band 40/41
5G NR: n1/n3/n5/n8/n28B/n40/n41/n77/n78
แบตเตอรี่7,000mAh Titan Battery รองรับระบบชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
สีMaster Gold และ Master Grey
ราคา17,499 บาท (RAM 12+256GB)  
19,999 บาท (RAM 12+512GB)

สเปกเบื้องต้น realme 16 Pro 5G

ขนาด162.60 x 77.60 x 7.79 มม. (Pebble Grey), 162.60×77.60×7.75 มม. (Orchid Purple)
น้ำหนัก192 กรัม
หน้าจอ144Hz AMOLED Display แบบ AMOLED ความละเอียด 1272 x 2772 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 สัดส่วนจอต่อเครื่อง 93.57% โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz, อัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, ความสว่างสูงสุด 6500nits, ขอบเขตสี 1.07 พันล้านสี, 10bits, อัตราส่วนคอนทราสต์: 600000:1, ความอิ่มตัวของสี: 100% DCI-P3, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย AGC DT star D+, Mohs level 6
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Dimensity 7300 Max 5G (4 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G615 MC2
RAM12GB รองรับเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion สำหรับเพิ่ม RAM เสมือนได้อีกสูงสุด 14GB 
หน่วยความจำภายในเครื่อง256GB
microSD Cardไม่รองรับ
ระบบปฏิบัติการ realme UI 7.0 based on Android 16
เชื่อมต่อWi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band
Bluetooth 5.4,  A2DP, LE, aptX HD, LHDC 5
GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
NFC
พอร์ตอินฟราเรด
พอร์ต USB Type-C 2.0, OTG
กล้องถ่ายภาพกล้องหลังคู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″, 0.5µm, ระบบ 200MP Full-pixel Auto Zoom และระบบ Super OIS กันสั่นแบบออปติคัล
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2. 16mm, เซ็นเซอร์ขนาด 1/4.0″, 1.12µm, และถ่ายมุมกว้างได้ 112°

พร้อมโหมด Photo, Video, Portrait, Night, Panorama, SLO-MO, Long Exposure, Dual-view video, TIME-LAPSE, HI-RES, Google Lens, Underwater, Hypertext, Scan, TILT-SHIFT

กล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 23mm, เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.88″, 0.61µm

พร้อมโหมด Photo, Video, Portrait, Night, Panorama, Dual-view video, TIME-LAPSE, HI-RES
รองรับระบบDual Slot แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G + 5G Dual Mode (SA/NSA)
GSM: 850/900/1800 MHz
WCDMA: Band 1/5/8
LTE FDD: Band 1/3/5/8/28B
LTE TDD: Band 40/41
5G NR: n1/n3/n5/n8/n28B/n40/n41/n77/n78
แบตเตอรี่7,000mAh Titan Battery รองรับระบบชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
สีBubble Grey และ Orchid Purple
ราคา14,999 บาท  (RAM12+256GB) 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G เป็นกล่องกระดาษแข็งมาในโทนสีใหม่สีเทา ด้านหน้ากล่องมาพร้อมชื่อรุ่นขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน มุมซ้ายบนมีโลโก้ realme ขณะที่มุมขวาบนมีโลโก้ Ai และมุมขวาด้านล่างมีโลโก้ realme ขณะที่ด้านข้างกล่องทั้ง 2 ด้านก็มีขื่อรุ่นระบุไว้ด้วย

ด้านหลังกล่องระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกัน เริ่มจาก realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมกล้องหลัก AI ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, กล้องเลนส์ Telephoto ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ซูมออปติคอล 3.5 เท่า, ชิปเซ็ท Snapdragon 7 Gen 4 และแบตเตอรี่ 7,000mAh Titan Battery รองรับระบบชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

ส่วน realme 1ุ6 Pro 5G มาพร้อมกล้องหลัก AI ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, กล้องเซลฟี่ ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, ชิปเซ็ท Dimensity 7300 Max 5G และแบตเตอรี่ 7,000mAh Titan Battery รองรับระบบชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง realme 16 Pro+ 5G และrealme 16 Pro 5G พร้อมติดฟิล์มกันรอยมาให้เรียบร้อย
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge
  • สายดาต้าลิงค์แบบ USC Type-C
  • เคสพลาสติกใส TPU
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เอกสารความปลอดภัย และบัตรรับประกัน

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 80W Ultra Charge ที่มีมาให้ในกล่อง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G

รูปลักษณ์ดีไซน์/การออกแบบ

realme 16 Pro+ 5G

realme และ นาโอโตะ ฟุกาซาวะ ได้สร้างปรัชญาการออกแบบขั้นสูงร่วมกันมาหลายปี จากความร่วมมือออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับไอคอนิกหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น realme X, X2 Pro, GT และ GT 2 Pro โดยได้นำเสนอคอนเซ็ปต์ “Without Thought” สู่การออกแบบสมาร์ตโฟน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งความงามที่ทุกคนรู้สึกได้ในทันทีที่มองเห็นหรือสัมผัสใช้งาน

กุญแจสำคัญสู่งานออกแบบระดับ Master Design ของ realme 16 Pro+ 5G ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการร่วมงานออกแบบในตระกูล Number Series  โดยเกิดจากการแสวงหาแนวคิด “Spiritual Utopia” ของชีวิตคนเมืองยุคใหม่ เพื่อคลี่คลายเป็นคอนเซ็ปต์ “Urban Wild Design” ผสานการใช้วัสดุที่ได้แรงบันดาลใจจากสัมผัสอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ชวนให้นึกถึงต้นข้าวสาลีที่โบกสะบัดในทุ่งกว้าง หรือก้อนกรวดริมแม่น้ำที่ถูกขัดเกลาจนกลมเกลี้ยง

พร้อมสอดแทรกสัมผัสแบบธรรมชาติเข้ากับรายละเอียดของงานฝีมือสมัยใหม่ ซึ่งจะเห็นได้ทั้งในส่วน Metal Mirror Camera ซึ่งนำไปสู่งานการออกแบบที่ผสานจิตวิญญาณบริสุทธิ์ของธรรมชาติเข้ากับความงามร่วมสมัยของคนเมือง พร้อมผิวสัมผัสแบบออร์แกนิกภายใต้รูปทรงอันปราะณีต เสมือนคำเชื้อเชิญสู่การแสวงหาพื้นที่แห่งอิสรภาพ ท่ามกลางจังหวะแห่งชีพจรแห่งมหานคร

Urban Wild Design

ค้นพบพื้นที่แห่งอิสระของคุณ

realme 16 Pro+ 5G

แรงบันดาลใจจากสัมผัสอันบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ตั้งแต่ก้อนหินที่ถูกขัดเกลาโดยสายน้ำ ไปจนถึงคลื่นรวงข้าวสีทอง ดีไซน์ Urban Field ผสานจิตวิญญาณดิบจากธรรมชาติเข้ากับงานคราฟต์แบบเมืองที่ประณีต ท่ามกลางจังหวะชีวิตในเมือง ดีไซน์นี้มอบพื้นที่เงียบสงบส่วนตัว ชวนให้คุณค้นพบ “พื้นที่แห่งอิสระ” ในแบบของตัวเอง

ดีไซน์สัมผัสจากธรรมชาติ (Nature-Touch Design)

ดีไซน์โค้งมนจากธรรมชาติรอบด้าน (All-Nature Curve Design)

เส้นโค้งที่ต่อเนื่องเชื่อมแผงด้านหลัง กรอบตัวเครื่อง และหน้าจอ เข้าด้วยกันอย่างลื่นไหล มอบประสบการณ์การมองเห็นที่ต่อเนื่องสบายตา ความโค้งมนจากธรรมชาติแบบ “งานคราฟต์เต็มรูปแบบ” ที่หาได้ยากในอุตสาหกรรม ให้สัมผัสที่นุ่มลื่นและจับถนัดมืออย่างเป็นเอกลักษณ์

ตัวเครื่องบางเบา (8.49 มม.)

ดีไซน์บางเฉียบเพียง 8.49 มม. ช่วยให้พกพาสะดวกและใช้งานด้วยมือเดียวได้สบายยิ่งขึ้น น้ำหนักเบา จับถือใช้งานในชีวิตประจำวันได้ง่าย ลดความเมื่อยล้า

ซิลิโคนออร์แกนิกจากชีวภาพเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สัมผัสนุ่มต่อผิว และทนทานต่อการใช้งาน

วัสดุรักษ์โลกรุ่นแรกของอุตสาหกรรม

ผลิตจากฟางพืชหมุนเวียน วัสดุซิลิโคนชีวภาพนี้ถูกพัฒนาด้วยกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตลอดขั้นตอน ปลอดภัยต่อผิวสัมผัส และอ่อนโยนต่อโลก สะท้อนนวัตกรรมด้านความยั่งยืนอย่างแท้จริง

สัมผัสพรีเมียม นุ่มสบายผิว

เนื้อสัมผัสนุ่ม ละเอียด ให้ฟีลคล้ายหนังแท้ พร้อมความยืดหยุ่นเล็กน้อย จับถือสบายแม้ใช้งานเป็นเวลานาน และช่วยลดการลื่นหลุดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ความทนทานที่ยกระดับขึ้น

ทนต่อการเสื่อมสภาพ คราบสกปรก แบคทีเรีย และการสึกหรอ คงรูปลักษณ์เหมือนใหม่แม้ใช้งานมาเป็นเวลานาน

Master Design Color

นอกจากการใช้พื้นผิวจากธรรมชาติแล้ว realme และ Naoto Fukasawa ยังสำรวจว่าการเกิดสีสันอันแปลกตาจากธรรมชาติเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่น แสงตกบนต้นข้าว แร่ธาตุสร้างเฉดสีต่างๆ และนำมาขัดเกลาในกระบวนการสร้างสีแบบหลายมิติ จนได้ออกมาเป็นสีที่บริสุทธิ์ที่สุด

Master Gold

โดยสี Master Gold ได้แรงบันดาลใจจากแสงทองอ่อนของทุ่งข้าวสุก อบอุ่น นุ่มนวล และระยับเบา ๆ เหมือนคลื่นแสงทอดตัวอยู่บนทุ่งข้าว

Master Grey

ส่วนสี Master Grey นำแรงบันดาลใจมาจากก้อนกรวดที่ถูกขัดเกลาด้วยกระแสน้ำ มอบพื้นผิวเรียบลื่นและเปล่งประกายอย่างนุ่มนวล สะท้อนทั้งสัมผัสแห่งธรรมชาติและความละเอียดอ่อนในคราวเดียว ทำให้ทั้งสองโทนสีสะท้อนถึงดุลภาพอันสมบูรณ์แบบ ระหว่างธรรมชาติอันงดงามและดีไซน์ทันสมัยในหนึ่งเดียว

ตกแต่งกล้องแบบกระจกโลหะ เปล่งประกายดุจเครื่องประดับ แข็งแกร่งดุจเพชร

การผสมผสานโลหะขัดเงากับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ การตกแต่งกล้องจึงสร้างความสมดุลระหว่างงานฝีมือที่แม่นยำกับความงามแบบออร์แกนิก

งานฝีมือ PVD ระดับหรู

ตัวเครื่องตกแต่งด้วยการเคลือบ PVD แบบงานนาฬิกาชั้นสูง ให้ผิวเงาแบบกระจกขัดเงา และถือเป็นครั้งแรกที่มีการขัดเงาพื้นที่ขนาดใหญ่บนสมาร์ตโฟน

งานฝีมือเคลือบโลหะระดับนาโน

เคลือบผิวกล้องด้วยนาโนโค้ท ป้องกันเหงื่อ ฝน และการกัดกร่อน เพิ่มความแข็งแรงและความทนต่อรอยขีดข่วน ทำให้เงางามคงทนยาวนาน

ตกแต่งกล้องสไตล์ภูเขาไฟ

ลาดเอียงของหลุมภูเขาไฟเล็ก ๆ รอบเลนส์ ช่วยให้การจับถือสะดวกและสายตาเรียบเนียนต่อเนื่อง

กรอบกลางโลหะหรูหรา

กรอบกลางชุบเงาแบบ Electroplating ให้ความรู้สึกโลหะพรีเมียม สอดรับสายตากับการตกแต่งกล้องเพื่อให้ผิวโลหะเรียบเนียนเป็นหนึ่งเดียว

realme 16 Pro 5G

realme 16 Pro 5G

Urban Wild Design

Find Your Field of Freedom

ดีไซน์ Urban Field ได้แรงบันดาลใจจากก้อนกรวดและรวงข้าว ถ่ายทอดพื้นผิวจากธรรมชาติและสัมผัสที่อบอุ่นลงสู่เทคโนโลยีสมัยใหม่

ท่ามกลางความเร่งรีบของเมือง สมาร์ตโฟนเครื่องนี้เปรียบเสมือนพื้นที่ธรรมชาติส่วนตัว มอบความสงบและอิสระให้กับใจของคุณ

Skin-friendly Master Finish

พื้นผิวนุ่ม ละเอียด อ่อนโยนต่อผิว ให้สัมผัสสบายมือ ใช้งานได้นานไม่ระคายเคือง

Velvet Matte Design ระดับผู้นำอุตสาหกรรม

ผิวสัมผัสนุ่มคล้ายผิวหนัง ทนทานยิ่งขึ้น ผิวด้านพิเศษ ลดคราบรอยนิ้วมือ ไม่เปลี่ยนสีง่าย

ตัวเครื่องบาง เบา ใช้งานคล่องตัว

หน้าจอแบน กรอบเหลี่ยม ดีไซน์มุมคม พกพาง่าย จับมือเดียวสบาย ใช้งานในชีวิตประจำวันได้เบาแรง ไม่เมื่อยมือ

Master Gold และ Velvet Matte แบบ Dual-Tone

ผิวสัมผัสนุ่ม ละเอียด ให้ความรู้สึกหรู อ่อนโยนต่อผิว จับสบายตลอดการใช้งาน

Pebble Gray

โทนสีเดียวกับ Master Gray ของรุ่น 16 Pro+ ได้แรงบันดาลใจจากผิวสัมผัสเรียบเนียนและเงานุ่มของก้อนกรวดริมแม่น้ำ ให้ความรู้สึกเรียบหรู ละเอียด และสบายมือ

Orchid Purple

ได้แรงบันดาลใจจากกล้วยไม้สีม่วง ถ่ายทอดบรรยากาศที่สงบ ผ่อนคลาย และดูมีเสน่ห์นุ่มนวล

มาตรฐานกันน้ำระดับโปร IP69

ไม่ว่าจะน้ำ ฝุ่น หรือการตกกระแทก ก็ใช้งานได้อย่างมั่นใจ ไม่มีอะไรมาขวางการใช้งาน

ผ่านการรับรองมาตรฐาน IP66 / IP68 / IP69 / IP69K

realme 16 Pro ให้การป้องกันน้ำและฝุ่นที่ครบถ้วนที่สุดในช่วงราคาเดียวกัน รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้สบาย ไม่ว่าจะเป็นฝน น้ำหก เครื่องดื่มกระเด็น หรือใช้งานในครัว แม้แต่น้ำแรงดันสูงระดับ 8–10 MPa ก็ยังทนทานได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ยังรองรับ โหมดถ่ายภาพใต้น้ำ (Underwater Photography) เปิดโอกาสให้ทดสอบมุมถ่ายสร้างสรรค์ในสภาพแวดล้อมที่เปียกหรือจมน้ำ เป็นความทนทานที่ไปไกลกว่าการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ด้านหน้า realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล 144Hz HyperGlow 4D Curve+ Display แบบ AMOLED ความละเอียด 1280 x 2800 พิกเซล ขนาด 6.8 นิ้ว (453PPI) ในอัตราส่วน 19.5:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 94% มอบภาพสีสันสดใส สบายตา พร้อมดีไซน์บางและเรียบหรู การออกแบบ Deep 4-Curve ผสมผสานความโค้งลึกด้านข้างกับความโค้งอ่อนด้านบน-ล่าง ให้การจับถนัดมือและความรู้สึกไหลลื่นเป็นธรรมชาติ

โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz, อัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, แสดงผล 1.07 พันล้านสี, ความลึกสี 10-bit, ความสว่างสูงสุด 6500 nits มองเห็นชัดเจนแม้กลางแสงแดดจัด, รองรับอัตราการหรี่แสง PWM Dimming 4608Hz, รองรับ HDR10+, คอนทราสต์ 5000000:1, ความอิ่มตัวของสี 100% DCI-P3 และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 7i 

ส่วนด้านหน้าของ realme 16 Pro 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผล 144Hz AMOLED Display แบบ AMOLED ความละเอียด 1272 x 2772 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 สัดส่วนจอต่อเครื่อง 93.57% แสดงสีสันสดใส ภาพคมชัดสบายตา มาในดีไซน์จอแบนที่บางและเบา ให้รายละเอียดครบ ภาพดูเต็มตา แต่ยังถือใช้ง่าย มองสบาย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 144Hz, อัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, ความสว่างสูงสุด 6500nits มองเห็นชัดแม้ใช้งานกลางแดดจ้า, สีแบบ 10-bit แสดงได้กว่า 1.07 พันล้านสี, อัตราส่วนคอนทราสต์ 600000:1, ความอิ่มตัวของสี 100% DCI-P3, รองรับ HDR10+ และครอบทับด้วยกระจกกันรอย AGC DT star D+, Mohs level 6

realme 16 Pro+ 5G realme 16 Pro 5G

ตรงกลางด้านบนของ realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G เจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล

พลิกมาด้านหลังเครื่อง realme 16 Pro+ 5G ดีไซน์ขอบโค้งมน โดยมุมซ้ายด้านบนมีโมดูลสี่เหลี่ยม ภายในติดตั้งกล้อง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ถัดลงมาด้านขวามีโลโก้ realme

ส่วนด้านหลังเครื่อง realme 16 Pro 5G ด้านซ้ายบนมีโมดูลกล้องสี่เหลี่ยม ภายในติดตั้งกล้องเลนส์คู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED และด้านซ้ายล่างมีโลโก้ realme

โดยกล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera ของ realme 16 Pro+ 5G ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″, 0.5µm, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบฟูลพิกเซล ความละเอียด 200MP และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto เซ็นเซอร์ Samsung JN5 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76″, 0.64µm, ระบบ PDAF, ซูมออปติคอล 3.5 เท่า และซูมดิจิทัลสูงสุด 10 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm, ถ่ายมุมกว้างได้ 115.5 องศา, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และรองรับการถ่ายมาโครด้วยเลนส์มุมกว้าง

ขณะที่กล้องหลังคู่ AI Dual Camera ของ realme 16 Pro 5G ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″, 0.5µm, ระบบ 200MP Full-pixel Auto Zoom และระบบ Super OIS กันสั่นแบบออปติคัล
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2. 16mm, เซ็นเซอร์ขนาด 1/4.0″, 1.12µm, และถ่ายมุมกว้างได้ 112°
realme 16 Pro+ 5G realme 16 Pro 5G

ด้านซ้ายข้างเครื่อง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G ออกแบบเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มกดใด ๆ หรือช่องใด ๆ

realme 16 Pro+ 5Grealme 16 Pro 5G

ด้านขวาข้างเครื่อง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G มีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

ด้านบนเครื่อง realme 16 Pro+ 5G มีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน, ช่องลำโพงเสียง และพอร์ตอินฟราเรด

ขณะที่ realme 16 Pro 5G มีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง และช่องลำโพงเสียง

realme 16 Pro+ 5Grealme 16 Pro 5G

ด้านท้ายเครื่อง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G มีช่องใส่ซิมการ์ด, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

realme 16 Pro+ 5Grealme 16 Pro 5G

โดยช่องใส่ SIM Card ของ realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G จะเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ 2 SIM และรองรับซิมการ์ดแบบ NanoSIM

ด้านการถ่ายภาพ

realme 16 Pro+ 5G

200MP Portrait Master

realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมระบบกล้อง Full Focal ความละเอียด 200MP รุ่นเดียวในเซกเมนต์ที่มาพร้อมกล้อง 200MP และเลนส์ Telephoto ระยะซูม 3.5X

โดยกล้องหลังของ realme 16 Pro+ 5G มีด้วยกัน 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.56″, 0.5µm, ระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบฟูลพิกเซล ความละเอียด 200MP และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Periscope Telephoto เซ็นเซอร์ Samsung JN5 ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.76″, 0.64µm, ระบบ PDAF, ซูมออปติคอล 3.5 เท่า และซูมดิจิทัลสูงสุด 10 เท่า และระบบป้องกันภาพสั่นไหว Super OIS
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm, ถ่ายมุมกว้างได้ 115.5 องศา, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ (AF) และรองรับการถ่ายมาโครด้วยเลนส์มุมกว้าง

ส่วนอินเทอร์เฟซกล้องด้านบนมีแถบเมนูเปิด/ปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ พร้อมไฟลบเงา, ตั้งค่าการเปิดรับแสง, ตั้งค่าโหมดการถ่ายภาพที่ปรับแต่งสีให้มีชีวิตชีวา (Vibrant) หรือธรรมชาติ (Natural), เปิดปิดโหมด Live Photo, Google Lens, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, โหมด AI Snap, เปิด/ปิดโหมด HDR อัตโนมัติ, โหมด Macro, เลือกช่วงเวลาการถ่าย และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่าง ๆ

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมดวิดีโอ, โหมดทิวทัศน์ด้วย AI, โหมดกลางคืน, โหมด Portrait, โหมดบรรยากาศ, โหมดความละเอียดสูง, โหมด Panorama, โหมดอาหาร, โหมดโปรวิดีโอ, โหมด Slo-motion, โหมด Time-Lapse, โหมดการเปิดความเร็วชัตเตอร์, โหมดวิดีโอมุมมองคู่, โหมดใต้น้ำ, โหมดระบบสแกนข้อความ, โหมด Breeno Scan, โหมด Starry และโหมด TILT-SHIFT

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 200MP 12288 x 18432 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4k@60fps พร้อมถ่ายวิดีโอ 4K HDR ได้อย่างสวยงามครบทุกระยะโฟกัส 1×/ 2×/ 3.5×/ 7× ให้ภาพลื่นไหล คมชัด และเก็บรายละเอียดได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นฉากกว้าง ภาพพอร์ตเทรตระยะกลาง หรือการซูมระยะไกลแบบเทเลโฟโต้

เทคโนโลยีภาพ LumaColorIMAGE

ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจาก TÜV Rheinland

กล้องหลังของ realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมเทคโนโลยี LumaColor IMAGE เป็นมาตรฐานที่พัฒนาร่วมกับ TÜV Rheinland ผ่านห้องปฏิบัติการ LumaColor IMAGE LAB โดยมีการทดสอบภายใต้แหล่งกำเนิดแสงหลากหลายรูปแบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานความแม่นยำและคุณภาพสีให้สูงยิ่งขึ้น

ภาพพอร์ตเทรตที่ได้อารมณ์มากกว่าเดิม

การปรับโทนสีผิวแบบครบทุกมิติ

คืนสีผิวให้ดูสมจริง เป็นธรรมชาติ รองรับความหลากหลายของใบหน้าและเฉดสีผิวที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล

เอฟเฟกต์เบลอฉากหลังแบบผสานความชัดลึกเชิงออปติคัล

ช่วยให้ตัวแบบโดดเด่นขึ้น ภาพมีมิติและบรรยากาศที่ดื่มด่ำมากยิ่งขึ้น

การสร้างแสงและเงาของตัวบุคคลให้สอดคล้องกับฉาก (Person-scene light and shadow reconstruction)

ภาพพอร์ตเทรตมีมิติและพื้นผิวที่ดูสมจริง แสงและเงามีอารมณ์ ช่วยให้ภาพดูมีบรรยากาศและมีชีวิตมากขึ้น

เก็บรายละเอียดไฮไลต์ได้อย่างบริสุทธิ์คมชัด

แม้ในแสงสีขาวสะอาด โทนสีเรียบ หรือแสงไล่ระดับ

การถ่ายทอดสีสันอย่างแม่นยำ

พร้อมมิติความลึกที่ประณีต และเลเยอร์โทนสีที่ละเอียดอ่อน

กล้อง LumaColor ความละเอียด 200MP

ทุกคนโดดเด่น คมชัดในทุกรายละเอียด

กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200MP รุ่นแรกของอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนด้วยเซนเซอร์ระดับแฟลกชิป Samsung HP5 ทำให้มั่นใจว่าภาพถ่ายแบบกลุ่มทุกภาพทั้งกลางวันและกลางคืน คมชัด สว่างสดใส และถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างครบถ้วน ด้วยอัลกอริทึมประมวลผลภาพรุ่นแรกของเซกเมนต์ ได้แก่

คมชัดยิ่งขึ้น — HyperRAWAlgorithm

การประมวลผลไฟล์ RAW แบบหลายเฟรมความละเอียดสูง มอบความคมชัดที่มากขึ้นและรายละเอียดที่ละเอียดกว่าเดิม

ดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น — Anti-Distortion Algorithm

นำอัลกอริทึมลดการบิดเบือนมาใช้ในโหมด HI-RES แก้ปัญหาความผิดเพี้ยนของบุคคลบริเวณขอบภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กล้อง Telephoto สำหรับพอร์ตเทรต ระยะซูม 3.5×

พอร์ตเทรตได้ฟีลสวยเป๊ะ ในทุกระดับการซูม

ครอบคลุมการถ่ายพอร์ตเทรตครบทุกระยะโฟกัส ตั้งแต่ 1× ถึง 4×

มอบโบเก้ที่ละเอียดถึงระดับเส้นผม พร้อมมิติความลึกแบบ 3D ที่สมจริง ให้คุณอิสระอย่างเต็มที่ในการถ่ายพอร์ตเทรต

เลนส์พอร์ตเทรต Telephoto ระยะ 3.5× ระดับผู้นำอุตสาหกรรม

สุดยอด Portrait Master

ด้วยอัลกอริทึม ProDepth Bokeh กล้องหลักความละเอียด 200MP และเลนส์ Telephoto 3.5× ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว คงความคมชัดของตัวแบบ พร้อมสร้างฉากหลังเบลออย่างเป็นธรรมชาติ

รองรับการถ่ายพอร์ตเทรตระยะใกล้ 7× พอร์ตเทรตบนเวที 10× และซูมได้สูงสุดถึง 120×

สำหรับการถ่ายวัตถุที่อยู่ไกล

โหมด Vibe Master

โหมดภาพถ่าย 21 โทนสี รุ่นแรกของอุตสาหกรรม สดใสไม่ซ้ำใคร เป็นคุณในแบบที่ไม่เหมือนใคร

Lively

Emerald

Fresh

Neon

Vivid

5 โทนพอร์ตเทรตซิกเนเจอร์ Lively, Emerald, Fresh, Neon และ Vivid

Festival

Ceremony

2 โทนพิเศษสำหรับเทศกาลและพิธีการ Festival และ Ceremony

AI Edit Genie 

ครั้งแรกของอุตสาหกรรม กับโมเดล AI ที่ล้ำสมัยที่สุด (nano banana) เพื่อเอฟเฟกต์แต่งภาพที่สวยโดดเด่นยิ่งกว่าเดิม

• เปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนฉากหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

• โครงหน้าและเอกลักษณ์ของใบหน้าคงที่ ดูสมจริงยิ่งขึ้น

เพียงคัดลอกคำสั่งแต่งภาพ (Prompt) ยอดนิยมจากโซเชียลมีเดีย ก็สามารถสร้างลุคเดียวกันในภาพของคุณได้ทันที

AI Edit Genie เพิ่ม 2 เครื่องมือใหม่สุดสนุก

ช่วยปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างง่ายดาย

AI LightMe

Random Light
Random Light

Spotlight

Party Neon

Window Shadow

เทมเพลตแสง 4 รูปแบบ ปรับแสงและเงาใหม่ทั้งภาพ สร้างพอร์ตเทรตฟีลสวยได้ทันทีจากกล้อง

AI StyleMe


Spring

Summer

Autumn

Winter

Cartoon Shot

3D Emoji

Modeling Photoshoot

สไตล์ 7 แบบ เปิดมุมใหม่ในการสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย

วิดีโอ 4K Full Focal HDR

ถ่ายวิดีโอบล็อกระดับภาพยนตร์ ความละเอียด 4K ครบทุกระยะโฟกัส

โดยรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K HDR ได้อย่างสวยงามครบทุกระยะโฟกัส ให้ภาพลื่นไหล คมชัด และเก็บรายละเอียดได้ครบ ไม่ว่าจะเป็นฉากกว้าง ภาพพอร์ตเทรตระยะกลาง หรือการซูมระยะไกลแบบเทเลโฟโต้

พร้อมระบบติดตามตัวแบบ MainTrack เวอร์ชันอัปเกรด ช่วยรักษาความคมชัดของตัวแบบหลักได้อย่างแม่นยำในทุกระยะโฟกัส ให้คุณเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ โดยวิดีโอยังคงคมชัด นิ่ง และโฟกัสอย่างมืออาชีพ

4K Motion Photo

เปลี่ยนคลิปวิดีโอ 4K ใด ๆ ให้เป็น 4K Live Photo ที่มีชีวิตชีวา สำหรับการแชร์ หรือใช้เป็น วอลเปเปอร์ Live ความละเอียด 4K บน UI 7.0 เพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาที่คุณชื่นชอบให้กลายเป็นหน้าจอโฮมแบบไดนามิกในสไตล์ภาพยนตร์

AI Instant Clip สำหรับวิดีโอสนุก ๆ

ตัดต่อได้ง่าย แชร์ได้ทันที

สุ่มเลือกวิดีโอหรือภาพถ่ายหลายรายการจากอัลบั้ม แล้วให้เทมเพลตอัจฉริยะจัดการให้ทั้งหมด ช่วยให้ทุกคนสร้างวิดีโอสั้นที่ดูโปรได้ง่าย ๆ และแชร์ลงโซเชียลมีเดียได้ทันที

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง realme 16 Pro+ 5G

กล้องหน้า 50MP Selfie Camera

realme 16 Pro+ 5G ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ OV50D รูรับแสง f/2.4, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.88″, 0.61µm และถ่ายมุมกว้างได้ 87°

โดยมีหน้าตา User Interface ที่สามารถใช้งานได้ง่าย พร้อมทั้งแสดงไอคอนใช้งานได้ทันที ได้แก่ เปิด/ปิดไฟแฟลช, การตั้งค่าการเปิดรับแสง, เปิด/ปิด Live Photo, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, การตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติ, ตั้งค่าเปิด/ปิดโหมด HDR, เลือกช่วงเวลาการถ่าย และการตั้งค่าอื่น ๆ รองรับการถ่ายภาพปกติ, Portrait, วิดีโอ, กลางคืน, ความละเอียดสูง และพาโนรามา

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียด 50MP 6144×9126 พิกเซล ส่วนวิดีโอรองรับการถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด FHD 4K@60fps

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า realme 16 Pro+ 5G

realme 16 Pro 5G

200MP Portrait Master

realme 16 Pro 5G มาพร้อมกล้องหลังคู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED

ประกอบด้วย

  • กล้องหลัก LumaColor ความละเอียด 200 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Samsung HP5, รูรับแสง f/1.8, 23mm (wide), เซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″, 0.5µm, ระบบ 200MP Full-pixel Auto Zoom และระบบ Super OIS กันสั่นแบบออปติคัล
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultrawide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, รูรับแสง f/2.2. 16mm, เซ็นเซอร์ขนาด 1/4.0″, 1.12µm, และถ่ายมุมกว้างได้ 112°

อินเทอร์เฟซโหมดถ่ายภาพของ realme 16 Pro 5G ด้านบนมีแถบเมนูเปิด/ปิดไฟแฟลชอัตโนมัติ พร้อมไฟลบเงา, ตั้งค่าการเปิดรับแสง, ตั้งค่าโหมดการถ่ายภาพที่ปรับแต่งสีให้มีชีวิตชีวา (Vibrant) หรือธรรมชาติ (Natural), เปิดปิดโหมด Live Photo, Google Lens, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, ตั้งเวลาถ่ายอัตโนมัติ, โหมด AI Snap, เปิด/ปิดโหมด HDR อัตโนมัติ, เลือกช่วงเวลาการถ่าย และตั้งค่าการใช้งานกล้องต่าง ๆ

สามารถเลือกถ่ายได้ทั้งโหมดปกติ, โหมด Portrait, โหมดวิดีโอ, โหมดทิวทัศน์ด้วย AI, โหมดกลางคืน, โหมดความละเอียดสูง, โหมด Panorama, โหมดวิดีโอโปร, โหมด Slo-motion, โหมด Time-Lapse, โหมดการเปิดความเร็วชัตเตอร์, โหมดวิดีโอมุมมองคู่, โหมดใต้น้ำ, โหมดระบบสแกนข้อความ, โหมด Breeno Scan, โหมด Starry และโหมด TILT-SHIFT

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียดสูงสุด 200MP 12288 x 18432 พิกเซล ส่วนวิดีโอบันทึกได้ที่ความละเอียดสูงสุด 4k@30fps พร้อมถ่ายวิดีโอ 4K HDR ได้ครบหลายระยะเลนส์ ให้ภาพวิดีโอคมชัด ลื่นไหล ถ่ายทอดบรรยากาศพอร์ตเทรตได้สวย ทั้งคนและวิวดูดี มีอารมณ์ในทุกช็อต

ตัวอย่างภาพจากกล้องหลัง realme 16 Pro 5G

oplus_66610
oplus_65586
oplus_66610

กล้องหน้า 50MP Selfie AI Camera

realme 16 Pro 5G ติดตั้งกล้องหน้าความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 23mm, เซ็นเซอร์ขนาด 1/2.88″, 0.61µm

โดยมีหน้าตา User Interface ที่ใช้งานได้ง่าย พร้อมแสดงไอคอนใช้งานได้ทันที ได้แก่ เปิด/ปิดไฟแฟลช, การตั้งค่าการเปิดรับแสง, เปิด/ปิด Live Photo, เลือกอัตราส่วนภาพถ่าย, การตั้งเวลาถ่ายภาพอัตโนมัติ, ตั้งค่าเปิด/ปิดโหมด HDR, เลือกช่วงเวลาการถ่าย และการตั้งค่าอื่นๆ รองรับการถ่ายภาพปกติ, Portrait, วิดีโอ, กลางคืน, ความละเอียดสูง และพาโนรามา

โดยภาพนิ่งถ่ายได้ที่ความละเอียด 6144×9126 พิกเซล ส่วนวิดีโอรองรับการถ่ายที่ความละเอียดสูงสุด FHD 4K@30fps

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า realme 16 Pro 5G

ประสิทธิภาพ

realme 16 Pro+ 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Snapdragon 7 Gen 4 (4nm) + Rocket LPDDR5X มาพร้อมพลังแรงเต็มพิกัด เล่นเกมและใช้งานทุกอย่างไหลลื่น ไม่มีสะดุด โดย Rocket LPDDR5X เป็นหน่วยความจำความเร็วสูงพิเศษ ตอบสนองไวขึ้น ด้วยการจัดการหน่วยความจำชั้นนำของอุตสาหกรรม ความเร็วอ่าน/เขียนสูงสุดถึง 8400Mbps ที่ 4200MHz

นอกจากนี้ยังประหยัดพลังงานกว่าเดิม เพราะสร้างบนกระบวนการผลิตขั้นสูง มีประสิทธิภาพสูง ให้พลังเต็มที่พร้อมลดการใช้พลังงานอย่างชัดเจน รวมทั้งรองรับมัลติทาสก์ เกม และ AI ลื่นไหลกว่าเดิม โดยรองรับแบนด์วิดธ์สูง ปลดศักยภาพ NPU และ GPU ทำงาน AI บนอุปกรณ์ซับซ้อนได้เร็วขึ้น ประมวลผลภาพด้วย AI ได้ไวขึ้น และเรนเดอร์เกมที่ต้องการสูงได้ราบรื่นพร้อมเฟรมเรตเสถียร

โดยทำคะแนน AnTuTu ได้มากกว่า 1,440,000+ คะแนนอย่างน่าทึ่ง แซงคู่แข่งในกลุ่มเดียวกันด้วยคะแนนทดสอบประสิทธิภาพ และเป็นชิปเซ็ต AI ที่ดีที่สุดของกลุ่ม

RAM Dynamic สูงสุด 26GB เทคโนโลยี DRE (Dynamic RAM Expansion) ที่ล้ำสมัยที่สุดในอุตสาหกรรม รองรับการขยายสูงสุด 12GB + 14GB ช่วยให้เปิดแอปพลิเคชันได้อย่างรวดเร็วและสามารถเก็บแอปพลิเคชันที่ทำงานอยู่ในพื้นหลังได้สูงสุดถึง 32 แอปพลิเคชัน

ติดตั้งระบบระบายความร้อน AirFlow VC แบบฮาร์ดแวร์ ช่วยลดอุณหภูมิแม้ใช้งานหนัก การไหลเวียนอากาศร้อน-เย็นภายในห้อง VC ดึงความร้อนออกจากชิปอย่างรวดเร็ว ทำให้โทรศัพท์เย็นสบายขณะเล่นเกมหนัก บันทึกหรือชมวิดีโอนาน ๆ และทำงานมัลติทาสก์ทุกวัน

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่าใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV เกมแนว MOBA สุดฮิต ตั้งค่า FPS ระดับสูงมากที่ 120FPS ปกติถ้าเป็นรุ่นอื่นจะได้แค่ 60FPS เท่านั้น สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหลเลยทีเดียว ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก และเล่นได้นานไม่ต้องกลัวว่าเครื่องร้อนด้วย

ต่อด้วยเกม PUBG Mobile เกมแบทเทิลรอยัล โดยปรับตั้งค่ากราฟิกที่ระดับ “HD” ส่วนเฟรมเรทตั้งไว้ที่ดีขึ้นระดับสูง เล่นได้ลื่น ไม่มีกระตุก ได้กินไก่สบาย ๆ และไม่พบอาการแลคให้หงุดหงิดใจเลย

ส่วน realme 16 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Dimensity 7300-Max 5G บนกระบวนการผลิต 4nm จาก TSMC แรงขึ้น ใช้งานลื่น ไม่มีอาการหน่วงในทุกการใช้งาน

โดยทำคะแนน AnTuTu ได้มากกว่า 970,000 คะแนน

มาพร้อมกับ RAM แบบไดนามิกสูงสุด 26GB (12GB RAM จริง + 14GB RAM เสมือน) และหน่วยความจำขนาดใหญ่ถึง 256GB พร้อมกับเทคโนโลยี Dedicated Gaming Memory ที่พบในซีรีส์เรือธง

รวมทั้งทำงานร่วมกับ GT Boost ช่วยให้เฟรมเรตลื่นขึ้น ควบคุมความร้อนได้ดี และจัดการพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เล่นเกมกราฟิกสูงได้ลื่น เปิดแอปเร็ว มัลติทาสก์ต่อเนื่อง รวมถึงประมวลผลภาพด้วย AI ได้ไวขึ้น ให้ประสบการณ์การใช้งานที่สมจริงและไหลลื่นในทุกวัน

และติดตั้งระบบระบายความร้อน AirFlowVC แบบฮาร์ดแวร์ ช่วยควบคุมอุณหภูมิให้ต่ำได้แม้ใช้งานหนัก ด้วยการไหลเวียนอากาศร้อน–เย็นภายในห้อง VC ที่ดึงความร้อนออกจากชิปได้รวดเร็ว แม้เล่นเกมหนัก อัดวิดีโอนาน หรือใช้งานหลายแอปพร้อมกัน ตัวเครื่องก็ยังเย็นและทำงานได้เสถียร

เท่าที่ได้ลองทดสอบโดยใช้งานปกติทั่วไปปรากฏว่าใช้งานได้อย่างไหลลื่นไม่มีสะดุด และตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ส่วนการเล่นเกมได้ลองกับเกม ROV เกมแนว MOBA ที่ฮิตต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ตั้งค่า FPS ระดับสูง สามารถเล่นได้อย่างลื่นไหล ไม่มีอาการหน่วง หรือกระตุก และเล่นได้นานไม่ต้องกลัวเครื่องร้อน

ต่อด้วยเกม PUBG Mobile เกมแบทเทิลรอยัล โดยปรับตั้งค่ากราฟิกที่ระดับ “HD” ส่วนเฟรมเรทตั้งไว้ที่ระดับสูง เล่นได้ลื่น ไม่มีกระตุก ได้กินไก่สบาย ๆ และไม่พบอาการแลคให้หงุดหงิดใจเลย

realme UI 7.0 – Flux Engine

เอนจินปรับแต่งประสิทธิภาพระดับระบบตัวแรกของ realme

ทั้ง realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G มาพร้อม Flux Engine เอนจินประมวลผลระบบเบื้องหลัง มอบการเคลื่อนไหวที่สมจริงขั้นสุด และแอนิเมชันที่ทำงานพร้อมกันได้อย่างลื่นไหล ด้วยการรองรับเอฟเฟกต์แบบหยุด–แทรกและทำงานแบบขนานที่ครบถ้วนที่สุดในอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

Flux Animation Framework – เฟรมเวิร์กแอนิเมชันตัวแรกของ realme

Flux Scheduling Algorithm – อัลกอริทึมการจัดสรรการทำงานแบบ Flux

realme’s first chip-level Dynamic Frame Generation – เทคโนโลยีสร้างเฟรมแบบไดนามิกระดับชิปครั้งแรกของ realme

FluxBooster – โครงสร้างการจัดการ/ประมวลผลแบบใหม่ของ realme ที่ช่วยให้เกิดการผสานข้อมูลข้ามระดับ (cross-tier data fusion)

โดยตอบสนองในชีวิตประจำวันเร็วขึ้น 15%, เลื่อนแอปได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น 29% และรองรับแอประดับท็อปที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงใช้งานได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น 22%

realme 16 Pro+ 5G และ realme 16 Pro 5G รันบนระบบปฎิบัติการ Android 16 ครอบทับด้วย realme UI 7.0 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ Next AI ที่มีฟีเจอร์ AI ที่มากขึ้น ได้แก่

AI Framing Master การจัดเฟรมอัจฉริยะและซูมอัตโนมัติด้วยพลัง AI ถ่ายได้แบบมืออาชีพในทันที

AI Gaming Coach แจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ พร้อมคำแนะนำอัจฉริยะและการเตือนเป้าหมาย ช่วยให้คุณรู้สถานการณ์ มั่นใจ และควบคุมเกมได้ตลอดเวลา

AI Recording + AI Translate บันทึกเสียงเป็นข้อความแบบเรียลไทม์ พร้อมแปลภาษาโดย AI ทันที เหมาะสำหรับการประชุม การสัมภาษณ์ และการเดินทาง เพียงฟัง บันทึก และเข้าใจข้ามภาษาได้อย่างง่ายดาย

Google Gemini Live แชร์กล้องของคุณในบทสนทนา Gemini Live เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับทุกสิ่งที่คุณเห็น พร้อมรับคำอธิบาย ไอเดีย และคำตอบได้ทันที ผ่านการสนทนาที่เป็นธรรมชาติ

แบตเตอรี่ Titan 7000mAh

ใช้งานได้ทั้งวัน แม้แบตเตอรี่เหลือเพียงครึ่งเดียว

realme 16 Pro+ 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 7000mAh รวมความอึดเหนือชั้นเข้ากับดีไซน์บางเพียง 8.49 มม. ให้พลังใช้งานทั้งวันโดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายในการถือจับ รองรับการชาร์จแบบ Bypass ครบทุกสถานการณ์ พลังงานไหลตรงไปยังเมนบอร์ดขณะเล่นเกม ลดความร้อน คงเฟรมเรตเสถียร และยืดอายุแบตเตอรี่

นอกจากนี้ยังใช้ชิปแบตเตอรี่ AI ที่อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ทนทานและเชื่อถือได้ โดยแบตเตอรี่ยังคงมีสุขภาพเกิน 80% แม้ใช้งานทุกวันนาน 5 ปี และมีโหมดประหยัดพลังงานขั้นสุด แม้แบตเตอรี่เหลือเพียง 1% โทรศัพท์ยังสามารถสแตนด์บายต่อเนื่องได้ถึง 7.5 ชั่วโมง

ส่วน realme 16 Pro 5G ก็มาพร้อมกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 7000mAh ให้ความอึดใช้งานยาวนาน ในดีไซน์บางเพียง 7.75 มม. และน้ำหนักเบา 192 กรัม ใช้งานได้ตลอดวันโดยไม่ลดทอนความสบายในการถือใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีการชาร์จไฟ All-Scenario Bypass Charging โดยขณะเล่นเกม ไฟจะจ่ายตรงเข้าสู่เมนบอร์ด ช่วยลดความร้อน รักษาเฟรมเรตให้เสถียร และยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่

รวมทั้งใช้ AI Long-life Battery Chip ซึ่งเป็นชิปจัดการแบตอัจฉริยะ ช่วยให้แบตใช้งานได้ยาวนานและเสถียร แบตเตอรี่ยังคงสุขภาพมากกว่า 80% แม้ใช้งานทุกวันนานถึง 5 ปี และมีโหมด Super Power Saving แม้แบตเหลือเพียง 1% ยังสแตนด์บายได้นานสูงสุดถึง 6.8 ชั่วโมง

บทสรุป

realme 16 Pro Series 5G ถือเป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ตโฟนระดับกลาง-บน (Mid-to-High) ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการใส่สเปคที่ปกติจะพบได้ในรุ่นเรือธง ทั้งกล้องความละเอียดสูง ดีไซน์พรีเมียม และที่โดดเด่นที่สุดคือแบตเตอรี่ขนาดมหึมา 7,000mAh ที่ให้คุณใช้งานข้ามวันได้แบบไม่ต้องง้อพาวเวอร์แบงก์ พร้อมความทนทานขั้นสุดระดับ IP69

จุดเด่นที่น่าประทับใจ

  • กล้องหลัก 200MP OIS (มีทั้ง 2 รุ่น): เซนเซอร์ใหญ่ Samsung HP5 ถ่ายภาพคมชัดทุกสภาพแสง มาพร้อมเทคโนโลยี LumaColor ช่วยปรับโทนสีผิวและแสงเงาให้ภาพ Portrait สวยสมจริงระดับโปร (โดยเฉพาะรุ่น Pro+ ที่ได้เลนส์ Periscope 50MP มาเสริมทัพ ซูมไกลสะใจ)
  • เลนส์ซูม Periscope 50MP (เฉพาะรุ่น Pro+): ซูมออปติคอล 3.5x, ซูมไม่เสียรายละเอียด (Lossless) 7x และซูมดิจิทัลไกลสุด 120x ดึงฉากหลังละลายได้เนียนตา
  • ดีไซน์พรีเมียม ทนทาน: วัสดุหรูหรา พร้อมมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP69 (กันน้ำฉีดแรงดันสูงได้)
  • หน้าจอลื่นไหล สู้แสงเยี่ยม: AMOLED 144Hz สว่างคมชัด ใช้งานกลางแจ้งได้สบาย
  • แบตเตอรี่ระดับมอนสเตอร์: ความจุ 7,000mAh ใช้งานหนักแค่ไหนก็เอาอยู่ แถมชาร์จไว 80W ไม่ต้องรอนาน

จุดสังเกต

  • น้ำหนักและขนาดตัวเครื่อง: ด้วยแบตเตอรี่ที่ใหญ่ถึง 7,000mAh อาจทำให้ตัวเครื่องมีน้ำหนักและหนากว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปเล็กน้อย
  • รุ่น Pro ตัดเลนส์ซูม: หากต้องการถ่ายภาพระยะไกลหรือ Portrait แบบเจาะลึก รุ่น Pro อาจตอบโจทย์ได้ไม่เต็มที่เท่า Pro+

ฟันธง! ซื้อรุ่นไหนดี?

  • เลือก realme 16 Pro+ 5G หากคุณคือ: สายถ่ายรูปที่ชอบระยะซูมสวยๆ ชื่นชอบความพรีเมียมของหน้าจอโค้ง และต้องการชิปเซ็ต Snapdragon 7 Gen 4 ที่รีดประสิทธิภาพการเล่นเกมได้สุดขีด
  • เลือก realme 16 Pro 5G หากคุณคือ: ผู้ที่เน้นความคุ้มค่า ชอบหน้าจอแบบแบน (Flat) เน้นการใช้งานทั่วไป แบตเตอรี่อึดระดับเดียวกัน และไม่ได้ซีเรียสเรื่องการซูมระยะไกล

ราคาและโปรโมชัน

realme 16 Pro+ 5G

  • 17,499 บาท  (12+256GB)
  • 19,999 บาท (12+512GB) 

realme 16 Pro 5G

  • 14,999 บาท  (12+256GB) 

realme 16 5G

  • 11,999 บาท  (8+256GB)

📍 พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-27 มีนาคม และวางจำหน่ายพร้อมกัน 28 มีนาคม ผ่าน realme Brand Shop และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

💸 ราคาโอเปอเรเตอร์ 💸

สำหรับช่องทาง AIS ราคาเริ่มต้นดังนี้

realme 16 Pro+ 5G

  • ราคาเริ่มต้น 11,499 บาท (12+256GB)
  • ราคาเริ่มต้น 13,999 บาท (12+512GB)

realme 16 Pro 5G

  • ราคาเริ่มต้น 9,799 บาท (12+256GB)

realme 16 5G

  • ราคาเริ่มต้น 6,999 บาท (8+256GB)

📍 พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-27 มีนาคม และวางจำหน่ายพร้อมกัน 28 มีนาคม

📣 รับฟรี ขยายประกันตัวเครื่อง 2 ปี, จองเพียง 500 บาท และหากใช้ AIS Point 10 คะแนน รับส่วนลดสูงสุดทันที 1,000 (ตามเงื่อนไขที่กำหนด), realme TechLife Buds, realme Handheld Fan และประกันจอแตก 1 ปี 1 ครั้ง

💸 ราคา E-Commerce💸

สั่งซื้อได้ผ่านช่องทาง Shopee 

realme 16 Pro+ 5G

  • 17,499 บาท  (12+256GB)
  • 19,999 บาท (12+512GB) 

realme 16 Pro 5G

  • 14,999 บาท (12+256GB) 

realme 16 5G

  • 11,999 บาท (8+256GB)

📍พรีออเดอร์ได้ตั้งแต่วันที่ 19-26 มีนาคม และจำหน่ายพร้อมกันวันที่ 27 มีนาคม 2569

📣 รับฟรี realme TechLife Buds, realme Speaker, ประกันจอแตก 1 ปี 1 ครั้ง และขยายประกันตัวเครื่องเป็น 2 ปี