คลังเก็บ

One Day Trip with Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition พากินเที่ยวสมุทรปราการ

เมื่อช่วงต้นปี  เสียวหมี่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว Redmi Note 14 Series ซึ่งประกอบด้วย Redmi Note 14 Pro+ 5G, Redmi Note 14 Pro 5G, Redmi Note 14 5G, และ Redmi Note 14 ชูจุดเด่นด้วยกล้อง AI ความละเอียดสูง ความทนทานระดับออลสตาร์และการอัปเกรดฟีเจอร์รอบด้านเพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น 

ล่าสุดในงาน Xiaomi SEA Launch Event ทางแบรนด์ก็ได้เปิดตัว Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition ที่มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่มีลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบมแบม กันต์พิมุกต์ โดยตัวเครื่องยังมาในสีพิเศษสีใหม่ พร้อมยังคงมอบฟีเจอร์อันครบครัน ไม่ว่าจะเป็นระบบกล้อง AI ระดับมืออาชีพความละเอียด 200MP และฟีเจอร์ Advanced AI ที่จะให้คุณตัดต่อรูปได้ง่ายดาย

รวมทั้งยังขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Dimensity 7300-Ultra รวมไปถึงความทนทานรอบด้านทั้งทนต่อฝุ่นและน้ำตามมาตรฐาน IP68 การทนต่อแรงตกกระแทกและรอยขีดข่วนจาก Corning® Gorilla® Glass Victus® 2 และใช้งานได้ตลอดวันกับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5110mAh อีกด้วย

โดยทาง MobileOcta ก็ได้เครื่อง Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition มาอยู่ในมือเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งครั้งนี้เราจะไม่รีวิวเครื่องกันนะครับ เพราะสเปกเครื่องรุ่นนี้จะเหมือนกับ Redmi Note 14 Pro 5G รุ่นปกติ แต่เราจะเอาเครื่องไป One Day Trip with  Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition พากินเที่ยวสมุทรปราการกันครับ

แกะกล่อง Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition

ก่อนไปกินเที่ยวกันมาดูแกะกล่องกันก่อนครับ สำหรับกล่องบรรจุภัณฑ์ของ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition เป็นกล่องกระดาษสีทองสวยหรูด้านหน้ามาพร้อมลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบมแบม กันต์พิมุกต์ พร้อมชื่อรุ่น และมุมขวาด้านบนมีโลโก้ Xiaomi

ขณะที่ด้านข้างกล่อง เริ่มจากด้านซ้ายมีชื่อรุ่น Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition ส่วนด้านขวา สลักชื่อรุ่น Redmi Note 14 Pro 5G พร้อมข้อความที่ระบุว่ารองรับ Google Apps อย่างเต็มรูปแบบ

และด้านท้ายกล่องแสดงข้อมูลชื่อรุ่น Redmi Note 14 Pro 5G สีใหม่ Sand Gold, หน่วยความจำ RAM 12GB+256GB ROM, อุปกรณ์ในกล่อง, เลข Serial Number, เลข EMEI, ข้อมูลการผลิต และวันเดือนปีที่ผลิต

เมื่อถอดกล่องครอบออกมาก็จะเป็นกล่องของ Redmi Note 14 Pro 5G

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition พร้อมลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบมแบม กันต์พิมุกต์ และติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 45W HyperCharge
  • สายดาต้าลิงค์แบบ USC Type-C
  • เคสซิลิโคน
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เอกสารความปลอดภัย และบัตรรับประกันสินค้า

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition มาพร้อมดีไซน์ใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยลายเซ็น
ของ BamBam บนตัวเครื่องในสีใหม่ แถมมีจำนวนจำกัดเพียง 1,000 เครื่อง สำหรับประเทศไทยเท่านั้น!

ลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบมแบม กันต์พิมุกต์ที่มาพร้อมกับเครื่อง Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition

ด้านหน้าของ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition มาพร้อมหน้าจอขอบโค้ง CrystalRes AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียดระดับ 1.5K 2712 x 1220 พิกเซล และความสว่างสูงสุด 3000 nits โดยมีอัตรารีเฟรชแบบ AdaptiveSync ที่ 120Hz เพื่อการเลื่อนหน้าจอ (scrolling) ที่ราบรื่นและไร้รอยต่อ พร้อมมาตรฐานการแสดงผลสีแบบ 12-bit

รวมทั้งรองรับ Dolby Vision®, ช่วงสีกว้าง DCI-P3, รองรับ HDR10+, อัตราการหรี่แสง 1920Hz PWM, การปรับความสว่าง 20,000 ระดับ, ได้รับใบรับรองแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV Rheinland (ฮาร์ดแวร์โซลูชัน), ได้รับการรับรองความไร้ซึ่งแสงกะพริบจาก TÜV Rheinland, ได้รับใบรับรองความเป็นมิตรกับนาฬิกาชีวภาพจาก TÜV Rheinland และครอบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass Victus 2

ตรงกลางด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 และเหนือหน้าจอแสดงผลมีช่องลำโพงสนทนา

พลิกมาด้านหลังเครื่องของ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition มีดีไซน์ขอบโค้ง โดยตรงกลางด้านบนมีโมดูลกล้องดีไซน์สี่เหลี่ยมขอบมน ภายในมีเลนส์กล้อง 3 ตัวพร้อมไฟแฟลช LED และข้อความ 200MP OIS AI CAMERA ถัดลงมาด้านซ้ายมีโลโก้ Redmi 5G และด้านขวามีลายเซ็นสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากแบมแบม กันต์พิมุกต์

สำหรับกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 200 ล้านพิกเซล, เลนส์ 7P, รูรับแสง f/1.65, 23mm (wide), ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.4″, 0.56µm, multi-directional PDAF และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 15mm, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/4.0″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 120 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ส่วนด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่มเพาเวอร์ ใช้สำหรับเปิด ปิด และล็อคหน้าจอ

ขณะที่ด้านซ้ายข้างเครื่องออกแบบเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มกด หรือช่องใด ๆ

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัดเสียง, ช่องลำโพง และเซ็นเซอร์ IR Blaster

ด้านท้ายเครื่อง มีช่องใส่ซิมการ์ด, ช่องไมโครโฟนสนทนา, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

One Day Trip with  Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition พากินเที่ยวสมุทรปราการ

หลังจากชมดีไซน์ที่สวยหรูดูพรีเมียมไปแล้ว คราวนี้เราก็จะไป One Day Trip with  Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition พากินเที่ยวสมุทรปราการกันครับ

เริ่มสตาร์ทรถออกเดินทางเวลา 9.00 น.จากกรุงเทพฯ ไปสมุทรปราการ ที่แรกที่เราไปเที่ยวคือ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญและโดดเด่นแห่งหนึ่งของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่บนถนนสุขุมวิท บริเวณที่ตัดกับถนนกาญจนาภิเษก ตำบลบางเมืองใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

โดยพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณแห่งนี้ เป็นประติมากรรมลอยตัวรูปช้าง 3 เศียร ซึ่งเป็นประติมากรรมลอยตัวแห่งแรกและแห่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีความสูง 43.60 เมตร (รวมอาคาร) ตั้งตระหง่านเด่นอยู่ด้านใน

จุดนี้เป็นที่ให้ไหว้สักการะท่านช้างเอราวัณ และองค์อินทร์ ก่อนจะเดินเข้าไปชมภายในโดมที่เป็นประติมากรรมช้างเอราวัณ

ภายในโดมจะเป็นโซนของชั้นโลกมนุษย์ ที่ตั้งใจออกแบบให้เหมือนกับทางเข้าไปพระสุเมรุ ตกแต่งผสมผสานไปด้วยงานศิลปะจากการนำเครื่องถ้วยเบญจรงค์สลับลวดลายสอดสีมาประดับตกแต่ง และเมื่อเดินขึ้นไปที่ชั้น 2 ก็จะมีรูปปั้นขององค์อินทร์ตั้งอยู่ และที่ชั้น 3 จะมีลิฟต์ให้ขึ้นไปด้านบนที่เป็นอีกโซน

โซนด้านบน คือ ชั้นจักรวาล ผนังเพดานภายในห้องมีการลงลวดลายศิลปะที่สวยงาม ตกแต่งเป็นผังที่ตั้งเขาพระสุเมรุ ซึ่งในไตรภูมิกล่าวว่าเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์จำลองและพระพุทธรูปปางลีลา นอกจากนี้ยังได้จัดแสดงโบราณวัตถุ คือ พระพุทธรูปโบราณสมัยต่างๆ จะมีรูปปั้นพระพุทธเจ้าให้ได้ไหว้สักการะกัน

ส่วนบริเวณรอบ ๆ พิพิธภัณฑ์จะเป็นสวนที่ร่มรื่น นอกจากที่ได้กล่าวไปนั้น ก็ยังมีศาลาท้าวมหาพรหม พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศาลพระพิฆเนศ พระตรีมูรติ พระเกศจุฬามณีเจดีย์ และช้างตระกูลวิษณุพงศ์ให้ได้ไหว้สักการะกัน ก่อนจะออกจากพิพิธภัณฑ์ก็อย่าลืมแวะมารับดอกบัวที่จุดรับดอกไม้ แล้วก็ลอยในบริเวณจุดลอยดอกบัวที่อยู่ทางด้านข้างกันได้ครับ

และก่อนทางออกพิพิธภัณฑ์มีร้านขายของที่ระลึกให้ซื้อกลับบ้านกันด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เสื้อผ้า รูปภาพ รูปปั้นต่างๆ

หลังจากเที่ยวพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็จะแวะพักกลางวันดื่มกาแฟเย็น ๆ ในวันที่อากาศอบอ้าวที่ร้าน Re Coffee ซึ่งตั้งอยู่อำเภอปากน้ำ สมุทรปราการ คาเฟ่ที่ตกแต่งในสไตล์อบอุ่นแต่คงความมินิมอลเอาไว้ ด้านหน้าร้านเป็นตัวกระจกยาว ทำให้มีแสงพาดจากด้านหน้าร้านเข้ามาในร้านได้อย่างสวยงามพอดิบพอดี

อย่างที่บอกว่าตัวร้านตกแต่งในสไตล์อบอุ่นแต่คงความมินิมอลเอาไว้ ร้านใช้วัสดุที่เป็นตัวไม้และปูนผสมกัน ทำให้มีความเย็นสบายตา นอกจากนี้ยังมีจุดเช็คอินอย่างชั้นลอยให้ได้นั่งมองวิวผ่านกระจกอีกด้วย ใครเป็นชาวสโลวไลฟ์บอกเลยว่าโดนใจแน่นอน

สำหรับเครื่องดื่มของร้าน เน้นที่เมนูกาแฟเป็นหลัก ซึ่งกาแฟมีให้เลือกทั้ง Dark, Medium และ Light Roast ส่วนใครไม่ดื่มกาแฟก็มีชา โกโก้ และโซดาให้เลือก รสชาติดี ราคาดีมาก มีขนมพอให้สั่งกินคู่เครื่องดื่มแบบกรุบกริบจ้า

หลังจากพักดื่มเครื่องดื่มเย็น ๆ ที่คาเฟ่สุดชิค ตอนนี้ท้องก็เริ่มร้องแล้ว ใช่ครับ ที่เราจะไปที่สุดท้ายของ One Day Trip With Redmi Note 14 Pro 5G Bam Bam Edition ในวันนี้คือ บ้าน ณ เล บางปู ร้านอาหารทะเลในชุมชนวิถี ตั้งอยู่ในหมู่บ้านประมงเล็ก ๆ ชุมชนบางเสาธง ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

เป็นร้านที่มีบรรยากาศความเป็นร้านลับที่ภายในร้านมีความสบาย ๆ พร้อมกับตัวร้านที่แทรกตัวอยู่กับป่าชายเลน ติดทะเล ทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างเต็มที่

ภายในบริเวณนั่งทานอาหาร ยังคงเป็นพื้นไม้ แต่แข็งแรง หน้าร้านเปิดโล่งรับลมทะเล มีพัดลมเพดาน แต่เชื่อเถอะว่า ลมทะเลเย็นกว่ามาก ๆ แนะนำให้นั่งโต๊ะติดประตูแล้วหันหน้าไปทางทะเล วิวสวยสะใจ ไม่ผิดหวัง หรือระหว่างรออาหารจะเดินออกมาถ่ายรูป มั่นใจว่าได้รูปกลับบ้านหลายสิบรูปแน่ ๆ

เมื่อได้โต๊ะนั่งแล้ว ทางร้านจะเสิร์ฟเวลคัมดริงก์เป็นน้ำตะไคร้ให้จิบก่อนเลย เมนูที่ร้านจะมีไม่เยอะมาก เน้นเป็นเมนูอาหารทะเล กุ้ง ปู ปลา ปลาหมึก ทางทีมงานสั่งแกงส้มไข่ปลาเรียวเซียว, เนื้อปูผัดพริกเหลือง, ปีกไก่ทอดน้ำปลา, กุ้งผัดซอดมะขาม และกล่ำปลีผัดน้ำปลา รสชาติอาหารถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวกับวิวทะเลสวย ๆ

อิ่มท้องกันแล้วก็ไปเดินย่อยถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกัน บอกแล้วว่าที่นี่วิวสวยมาก ยิ่งใกล้พระอาทิตย์ตกก็ยิ่งสวยมากเมื่อใช้ Redmi Note 14 Pro 5G Bam Bam Edition ถ่ายภาพ

One Day Trip With Redmi Note 14 Pro 5G Bam Bam Edition พากินเที่ยวสมุทรปราการในวันนี้ก็สิ้นสุดลงแล้ว ถือเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นพิเศษที่นอกจากมีดีไซน์สวยหรูแล้ว ยังถ่ายรูปได้ดีด้วยระบบกล้อง AI ระดับมืออาชีพความละเอียด 200MP และฟีเจอร์ Advanced AI ที่จะให้คุณตัดต่อรูปได้ง่ายดาย

และอีกความโดดเด่นคือ แบตเตอรี่สุดอึด ชาร์จเต็ม 100% ก่อนออกเดินทาง ถ่ายรูปเยอะมากตั้งแต่เช้าถึงเย็น แบตเตอรี่ยังเหลืออีก 30% ให้ตกใจเล่นอีกด้วย

ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ Advanced AI ที่มีใน Redmi Note 14 Pro 5G Bam Bam Edition เริ่มกันที่

AI Erase Pro

ลบสิ่งที่ไม่ต้องการออกจากภาพถ่ายของคุณด้วยยางลบโปร AI เพียงแตะที่สิ่งที่คุณต้องการลบออก แล้วสิ่งนั้นก็จะหายไปอย่างน่าอัศจรรย์!

AI Image Expansion

ขยายรูปภาพของคุณให้กว้างขึ้นกว่าเฟรมเดิมได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้ AI ช่วยสร้างพื้นที่เพิ่มเติม

AI Bokeh

เพิ่มพื้นหลังที่เบลออย่างสวยงามหรือมีระยะชัดตื้นเพื่อให้วัตถุหรือบุคคลในภาพของคุณโดดเด่นขึ้นมา

AI Cutout

ระบุวัตถุในภาพและแยกออกจากพื้นหลัง

AI Film

ถ่าย vlog และวิดีโอสั้นๆ โดยมี AI คอยช่วย เลือกรูปภาพและวิดีโอที่คุณต้องการใช้ ป้อนคำอธิบายหลักๆ สักสองสามคำ จากนั้นเพียงแค่รอให้ระบบช่วยแนะนำเทมเพลตและเพลงประกอบที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมเพื่อถ่ายทอดจินตนาการของคุณให้เป็นจริง

AI ฟรุ๊งฟริ๊ง

ความสามารถในการแยกแยะเพศและคุณสมบัติด้านความงามระดับมืออาชีพทำให้เกิดผลลัพธ์ที่น่าประทับใจและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

AI Sky

สามารถตรวจจับและแทนที่ท้องฟ้าในภาพถ่ายด้วยภาพใหม่โดยอัตโนมัติ ตามสภาพอากาศที่แตกต่างกัน (เช่น ท้องฟ้าแจ่มใส พระอาทิตย์ตก เมฆ ฯลฯ) AI จะปรับแสงและโทนสีของส่วนที่เหลือของภาพให้เข้ากับท้องฟ้าใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าการเปลี่ยนภาพจะดูเป็นธรรมชาติ

Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition รุ่นความจุ 12GB+256GB มีจำนวนจำกัด 1,000 เครื่อง วางจำหน่ายในราคาพิเศษ 10,990 บาท (จากราคาปกติ 11,990 บาท) ที่ Xiaomi Store เท่านั้น

พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Redmi Note 14 Pro 5G BamBam Limited Edition ในระหว่างวันที่ 20 มิถุนายน 2568 – 31 กรกฎาคม 2568 รับฟรีหูฟัง Redmi Buds 6, กระเป๋า XFF Sport Bag, ประกันตัวเครื่อง 24 เดือน และประกันหน้าจอแตก (เปลี่ยน 1 ครั้ง ภายใน 6 เดือน) มูลค่ารวม 12,780 บาท