เมื่อไม่นานมานี้ แบรนด์ Nothing ได้ออกมายืนยันว่าสมาร์ตโฟนรุ่นต่อไปที่มีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 7 กรกฎาคม จะใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า Nothing Phone (4b) โดยทางแบรนด์ได้มีการเผยโฉมดีไซน์ของตัวเครื่องผ่านทีเซอร์ทางการไปแล้ว แต่ยังคงปิดบังข้อมูลด้านสเปคเอาไว้
แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเครื่องจะไปปรากฏอยู่บนฐานข้อมูลของ Geekbench ซึ่งเผยให้เห็นรายละเอียดบางส่วนอย่างชิปเซ็ตและ RAM แต่ฮาร์ดแวร์ส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นความลับ ล่าสุด แหล่งข่าวหลุดชื่อดัง Yogesh Brar ได้ออกมาเปิดเผยสเปคสำคัญของสมาร์ตโฟนรุ่นนี้ผ่านโพสต์บนแพลตฟอร์ม X
สรุปสเปคหลักของ Nothing Phone (4b) ที่หลุดออกมา

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน ข้อมูลจากแหล่งข่าวได้ระบุสเปคของ Nothing Phone (4b) เอาไว้ดังนี้:
| ฟีเจอร์ | สเปคที่คาดการณ์ |
| หน้าจอ (Display) | AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว, รีเฟรชเรท 120Hz |
| ชิปเซ็ต (Processor) | Qualcomm Snapdragon 6 Gen 4 |
| หน่วยความจำ (RAM) | 8GB |
| ความจุ (ROM) | 128GB และ 256GB |
| กล้องหลัง (Camera) | กล้องคู่ เลนส์หลักความละเอียด 50MP |
| แบตเตอรี่ (Battery) | 5,400mAh |
| ระบบปฏิบัติการ (OS) | Nothing OS (ทำงานบนพื้นฐาน Android 16) |
ระบบกล้องและแบตเตอรี่สุดอึด

ข้อมูลที่หลุดออกมาระบุว่า Phone (4b) จะมาพร้อมระบบกล้องหลังคู่ นำโดยกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 50 ล้านพิกเซล ซึ่งสอดคล้องกับภาพทีเซอร์ทางการของ Nothing ที่ยืนยันไปแล้วว่ารุ่นนี้จะมีกล้องหลัง 2 ตัว
นอกจากนี้ ตัวเครื่องยังคาดว่าจะอัดแน่นด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 5,400mAh ส่วนตัวเลือกความจุจะแบ่งเป็น 2 รุ่น ได้แก่ 8GB + 128GB และ 8GB + 256GB โดยคาดว่าจะมีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ซึ่งทางบริษัทได้เผยโฉมสีฟ้าอ่อน (Light Blue) ออกมาให้เห็นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ดีไซน์ Glyph Bar โฉมใหม่ และผลทดสอบ Geekbench

Nothing ได้เปิดเผยข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า Phone (4b) จะมาพร้อมดีไซน์แถบไฟ Glyph Bar แนวนอนแบบกะทัดรัด แทนที่จะใช้ระบบ Glyph Interface แบบจัดเต็มเหมือนในรุ่นก่อน ๆ โดยคาดว่าแถบไฟเส้นนี้จะถูกใช้เพื่อรองรับการแจ้งเตือน, แสดงสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ และการแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันต่างๆ
ในด้านประสิทธิภาพ ข้อมูลจาก Geekbench แสดงให้เห็นว่าตัวเครื่องใช้รหัสโมเดล A005 โดยสามารถทำคะแนนทดสอบแบบแกนเดี่ยว (Single-core) ได้ที่ 1,088 คะแนน และแบบหลายแกน (Multi-core) ที่ 3,155 คะแนน
ทั้งนี้ แฟนๆ คงต้องรอติดตามการเปิดเผยรายละเอียดที่เหลือทั้งหมด ทั้งในเรื่องของราคาและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ภายในงานเปิดตัวที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 กรกฎาคม นี้!
ที่มา : Gizmochina









