หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับซีรีส์ “a” ในรุ่นก่อน ล่าสุดในปี 2026 นี้ Nothing กลับมาอีกครั้งกับ Nothing Phone (4a) และรุ่นพี่ที่อัปเกรดขึ้นมาอย่าง Nothing Phone (4a) Pro โดยยังคงคอนเซปต์ความสวยงามในราคาที่จับต้องได้ พร้อมยกระดับประสิทธิภาพให้สูงขึ้นไปอีกขั้น
1. ดีไซน์ Glyph Interface ที่ซับซ้อนและฉลาดกว่าเดิม

ทั้งสองรุ่นยังคงเอกลักษณ์ฝาหลังแบบโปร่งใส (Transparent Design) แต่ในรุ่นที่ 4 นี้มีการปรับปรุงแถบไฟ Glyph Interface ใหม่:
Phone (4a): Glyph Bar
รุ่นมาตรฐานเปลี่ยนจากแถบไฟเส้นโค้งแบบเดิม มาเป็นดีไซน์ใหม่ที่เรียกว่า “Glyph Bar”
- จำนวนไฟ: ประกอบด้วย 63 mini-LEDs แบ่งเป็น 6 โซนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสจัดวางในแนวตั้ง
- ความสว่าง: สว่างขึ้นกว่ารุ่น 3a ถึง 40% (สูงสุด 3,500 nits) มั่นใจได้ว่ามองเห็นชัดเจนแม้ใช้งานกลางแจ้ง
- ฟังก์ชันใหม่:
- Glyph Timer: การแสดงผลตัวนับเวลาถอยหลังจะเปลี่ยนเป็นแบบ “เม็ดทรายไหลลง” (Single column of falling sand) ตามแนวตั้งของไฟ
- Progress Tracking: รองรับการแสดงสถานะแบบ Real-time (ผ่าน Android 16 Live Updates) เช่น ระยะเวลาที่ Grab หรือ Uber จะมาถึง โดยแถบไฟจะค่อยๆ ขยับตามความคืบหน้า
Phone (4a) Pro: Glyph Matrix
รุ่น Pro ได้รับการอัปเกรดไปใช้ระบบ “Glyph Matrix” ที่ยกดีไซน์มาจากรุ่นเรือธง (Phone 3) แต่มีการปรับขนาดให้กะทัดรัดลง
- จำนวนไฟ: ใช้ 137 mini-LEDs จัดวางเป็นกลุ่มในโซนวงกลมรอบโมดูลกล้อง
- การแสดงผล: สามารถแสดงผลเป็น Pixel-style icons หรือแอนิเมชันขนาดเล็กได้ เช่น ไอคอนแจ้งเตือนเฉพาะแอป หรือสถานะการชาร์จที่ดูมีมิติมากกว่ารุ่นปกติ
- วัสดุ: แถบไฟนี้ถูกวางอยู่บนแผงกล้องที่เป็นโลหะขัดเงา (Metallic Camera Plateau) ให้ลุคที่ดูพรีเมียมและทันสมัยกว่า
2. หน้าจอ AMOLED คุณภาพสูง

- Nothing Phone (4a): มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว อัตรารีเฟรช 120Hz ความสว่างสูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 4,500 nits
- Nothing Phone (4a) Pro: ใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.83 นิ้ว ที่สามารถปรับรีเฟรชเรทได้ตั้งแต่ 1-144Hz ช่วยประหยัดพลังงาน และมีความสว่างสูงสุดถึง 5,000 nits สู้แสงแดดเมืองไทยได้สบาย
3. ขุมพลังใหม่ แรงขึ้น เย็นขึ้น

Nothing เลือกใช้ชิปเซ็ตจากค่าย Qualcomm ที่โดดเด่นเรื่องการจัดการพลังงาน:
- Nothing Phone (4a): ใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 (4 nm) ชิปรุ่นนี้เน้นความคุ้มค่าและประหยัดพลังงาน โดยมีการอัปเกรด CPU ให้เร็วขึ้นกว่ารุ่น 7s Gen 3 ประมาณ 7% (ความเร็วสูงสุด 2.7GHz)
- Nothing Phone (4a) Pro: ขยับขึ้นไปใช้ชิป Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 (4 nm) (ไม่มีตัว “s”) ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่า ทั้งด้าน CPU (แรงขึ้น 27%), GPU (แรงขึ้น 30%) และโดดเด่นมากในด้าน AI ที่ประมวลผลเร็วขึ้นถึง 65% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าครับ
4. กล้องถ่ายภาพ True-to-Life

Nothing ยังคงเน้นการให้สีหน้าที่สมจริง ไม่หลอกตา:
- Phone (4a) เน้นความคุ้มค่าแต่ยังให้สเปกกล้องที่ครบถ้วน ประกอบด้วย กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (Samsung ISOCELL GN1) พร้อมระบบกันสั่น OIS และเทคโนโลยี TrueLens Engine 4, กล้องเทเลโฟโต้ (Telephoto) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูม Optical 3.5x และ Digital Zoom สูงสุด 70x และกล้องมุมกว้าง (Ultra-Wide) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
- Phone (4a) Pro จัดเต็มด้านการถ่ายภาพด้วยเซนเซอร์ระดับท็อปและการประมวลผล AI ประกอบด้วย กล้องหลัก (Main) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล ใช้เซนเซอร์ Sony LYT-700C (1/1.56″) ซึ่งให้รายละเอียดและความคมชัดสูงกว่ารุ่นปกติ, กล้องซูม (Periscope) ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับการซูมแบบ Periscope โดยมีระยะ Optical 3.5x และ Digital Zoom ได้ไกลถึง 140x และกล้องมุมกว้าง (Ultra-Wide) ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้า ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล (Sony IMX615) รองรับการถ่ายเซลฟี่ที่สว่างและคมชัดขึ้น
และในรุ่น Pro จะมีการเพิ่มระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อย (Night Mode) คมชัดขึ้น และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60fps ที่นิ่งขึ้นด้วยระบบกันสั่นอัจฉริยะ
5. ระบบปฏิบัติการ Nothing OS 4.1 (Android 16)

ฟีเจอร์เด่นใน Nothing OS 4.1
- AI Dashboard: ศูนย์รวมการจัดการฟีเจอร์ AI ทั้งหมดในที่เดียว ช่วยให้คุณตรวจสอบได้ว่ามีการใช้โมเดล AI ตัวไหนไปบ้าง และปรับตั้งค่าการทำงานของ AI ได้อย่างอิสระ
- Essential Search & Essential Space:
- Essential Search: ระบบการค้นหาขั้นสูงที่สามารถค้นหาข้อมูล “ภายในเครื่อง” ได้ลึกถึงเนื้อหาในเอกสาร, รูปภาพ หรือแม้แต่ข้อความในแอปต่างๆ อย่างรวดเร็ว
- Essential Space: พื้นที่รวมรวบข้อมูลสำคัญ เช่น บันทึกเสียง, ภาพหน้าจอ (Screenshots) และโน้ตข้อความ เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายในที่เดียว
- การปรับปรุง Widget & Lock Screen:
- Lock Glimpse: ฟีเจอร์แสดงข้อมูลที่สำคัญ (Dynamic Content) บนหน้าจอล็อกแบบเรียลไทม์ เช่น สถานะการนัดหมาย หรือการแจ้งเตือนจากแอปขนส่ง
- New Widgets: มาพร้อมวิดเจ็ตสไตล์ Dot Matrix ใหม่ๆ เช่น วิดเจ็ตเข็มทิศ, สภาพอากาศแบบละเอียด และวิดเจ็ตกล้องที่ตั้งค่าล่วงหน้า (Camera Presets) ได้สูงสุด 5 แบบ
- Nothing Gallery AI:
- AI Eraser: ลบวัตถุหรือคนที่ไม่ต้องการออกจากภาพได้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว โดยประมวลผลบนตัวเครื่อง (On-device) เพื่อความเป็นส่วนตัว
- Depth Effect: เพิ่มฟีเจอร์ปรับระยะชัดลึก (Bokeh) ให้กับภาพถ่ายพอร์ตเทรตได้เนียนตามากขึ้นภายหลังการถ่าย
- การทำงานหลายหน้าจอ (Multitasking):
- Enhanced Pop-up View: พัฒนาการเปิดแอปแบบหน้าต่างลอยให้สลับไปมาได้ลื่นไหลขึ้น เหมาะมากสำหรับหน้าจอขนาดใหญ่ของรุ่น 4a Pro
ตารางเปรียบเทียบสเปกเบื้องต้น
| ฟีเจอร์ | Nothing Phone (4a) | Nothing Phone (4a) Pro |
| หน้าจอ | 6.78″ AMOLED 120Hz | 6.83″ LTPO AMOLED 1-144Hz |
| ชิปเซ็ต | Qualcomm Snapdragon 7s Gen 4 (4 nm) | Qualcomm Snapdragon 7 Gen 4 (4 nm) |
| กล้องหลัง | 50 MP, f/1.9, 24mm (wide), 1/1.57″, 1.0µm, PDAF, OIS 50 MP, f/2.9, 80mm (periscope telephoto), 1/2.75″, 0.64µm, PDAF, OIS, 3.5x optical zoom 8 MP, f/2.2, 15mm, 120˚ (ultrawide), 1/4.0″, 1.12µm | 50 MP, f/1.9, 24mm (wide), 1/1.56″, 1.0µm, dual pixel PDAF, OIS 50 MP, f/2.9, 80mm (periscope telephoto), 1/2.75″, 0.64µm, PDAF, OIS, 3.5x optical zoom 8 MP, f/2.2, 15mm, 120˚ (ultrawide), 1/4.0″, 1.12µm |
| แบตเตอรี่ | 5,080mAh | 5,080mAh |
| ระบบชาร์จ | 50W Wired | 50W Wired + Wireless Charging |









