เปิดตัว LG V40 ThinQ มาพร้อมจอรอยบาก 6.4 นิ้ว, ชิปเซ็ท Snapdragon 845 และกล้อง 5 ตัว

LG ประกาศเปิดตัว LG V40 ThinQ สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ โดยมาพร้อมจุดเด่นหน้าจอขนาดใหญ่, ใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 945 และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่ติดตั้งกล้อง 5 ตัว (หน้าคู่ และหลัง 3 ตัว)

LG V40 ThinQ

สเปก LG V40 ThinQ ตัวเครื่องใช้วัสดุที่มีความแข็งแกร่งผ่านมาตรฐานทางการทหาร MIL-STD 810G ด้วยขนาด 158.8 x 75.4 x 7.6 มม. น้ำหนัก 169 กรัม

หน้าจอแสดงผล  FullVision แบบ P-OLED ความละเอียด FHD+ 1440 x 3120 พิกเซล ขนาด  6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 19.5:9 ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 845, หน่วยประมวผลกราฟิก Adreno 630, RAM 6GB, หน่วยความจำภายใน 64GB เพิ่มได้ด้วย microSD Card สูงสุด 512GB และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 8.1 Oreo

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว โดยกล้องตัวแรกความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.5, ขนาดพิกเซล 1.4µm, ระบบกันสั่น  3 แกน, เทคโนโลยีโฟกัสภาพแบบ PDAF และเลเซอร์ออโต้โฟกัส

กล้องตัวที่ 2 ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้างพิเศษ 107 องศา รูรับแสง f/1.9 และขนาดพิกเซล 1.0µm

และกล้องตัวที่ 3 ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เลนส์ Telephoto  รูรับแสง f/2.4 ขนาดพิกเซล 1.12µm พร้อม Optical Zoom 2x, ระบบกันสั่น OIS และ PDAF รวมทั้งมาพร้อมคุณสมบัติ AI อย่าง AI beautify, AI stabilisation with Multi-frame HDR

ส่วนกล้องหน้าคู่เซลฟี่ โดยกล้องหลักความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.9 ส่วนกล้องรองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2  รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาทีพร้อมรองรับ HDR

รวมทั้งติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง, รองรับการกันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68, ลำโพง Boombox Speaker รองรับเสียงสามมิติ DTS:X มาพร้อม Hi-Fi Quad DAC และเป็นครั้งแรกในสมาร์ทโฟน LG ที่มากับระบบเสียงจาก Meridian Audio ให้เสียงความละเอียดสูง

นอกจากนี้ยังรองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, WiFi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC, วิทยุ FM, พอร์ต  USB Type-C และแบตเตอรี่ความจุ 3,300mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Quick Charge 3.0

ทั้งนี้ LG V40 ThnQ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Aurora Black, Platinum Grey, Carmine Red และ Moroccan Blue

โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 900 ดอลล่าร์สหรัฐถึง 980 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 29,423 บาทถึง 32,038 บาท และจะเริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 19 ตุลาคมนี้

ที่มา : Gizmochina