เปิดตัว Insta360 Luna Ultra กล้องกิมบอลระดับแฟล็กชิป พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมวิดีโอ 8K และเซนเซอร์คู่

Insta360 ประกาศเปิดตัว Insta360 Luna Ultra อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นกล้องกิมบอลระดับแฟล็กชิปรุ่นแรกของแบรนด์ที่พัฒนาร่วมกับ Leica หลังจากที่มีทั้งภาพหลุด วิดีโอทีเซอร์ และการเปิดพรีออเดอร์ในต่างประเทศมาหลายเดือน ในที่สุดการรอคอยก็สิ้นสุดลง เรามาเจาะลึกสเปค ฟีเจอร์เด่น และราคาของกล้องรุ่นนี้ไปพร้อมกัน

สรุปสเปคเด่น Insta360 Luna Ultra

ฟีเจอร์รายละเอียดสเปค
เซนเซอร์หลัก50MP Sony LYT-900 ขนาด 1 นิ้ว (รูรับแสง F1.8)
เซนเซอร์เทเลโฟโต้50MP OV50Q ขนาด 1/1.3 นิ้ว (รูรับแสง F2.0)
เลนส์Leica Summicron
การถ่ายวิดีโอสูงสุด 8K พร้อม Dolby Vision / 4K ที่ 120fps
หน้าจอOLED ทัชสกรีน 2 นิ้ว (ถอดแยกได้)
ความจุภายใน47GB
แบตเตอรี่1,550mAh (ใช้งานได้สูงสุด 4 ชั่วโมง)
ราคาเปิดตัว769 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 28,000 บาท)

ระบบเซนเซอร์คู่ และขุมพลังจาก Leica

หัวใจสำคัญของ Insta360 Luna Ultra คือระบบเซนเซอร์คู่ (Dual-sensor) ที่ทรงพลัง:

  • กล้องหลัก: ใช้เซนเซอร์ Sony LYT-900 ขนาด 1 นิ้ว ความละเอียด 50MP มาพร้อมรูรับแสง F1.8 และ Dynamic Range ที่กว้างถึง 14 สต็อป
  • กล้องเทเลโฟโต้: ใช้เซนเซอร์ OV50Q ขนาด 1/1.3 นิ้ว ความละเอียด 50MP พร้อมรูรับแสง F2.0 รองรับการซูมสูงสุด 12 เท่า (หรือซูมแบบไม่เสียรายละเอียด Lossless Zoom 6 เท่า)

เมื่อทำงานร่วมกัน กล้องทั้งสองตัวสามารถครอบคลุมระยะโฟกัสถึง 5 ระยะ ตั้งแต่เลนส์มุมกว้างไปจนถึงระยะเทียบเท่า 240mm นอกจากนี้ เลนส์ทั้งหมดยังได้รับการประทับตรา Leica Summicron ซึ่งไม่ใช่แค่การแปะป้ายชื่อ แต่ยังมาพร้อมกับระบบสี (Colour Science) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Leica ฟิลเตอร์สุดคลาสสิก และตัวเลือกการใส่ลายน้ำเฉพาะของ Leica อีกด้วย

ยกระดับการถ่ายวิดีโอระดับมืออาชีพ รองรับ 8K

ในด้านวิดีโอ Luna Ultra จัดเต็มด้วยสเปคระดับโปร:

  • รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุด 8K พร้อม Dolby Vision
  • ถ่ายสโลว์โมชั่น 4K ที่ 120fps และ 1080p ที่ 240fps
  • มีโหมด 4K 60fps PureVideo ที่ออกแบบมาเพื่อลดนอยส์ (Noise) เพิ่มรายละเอียดและความสว่างในสภาวะแสงน้อย
  • สำหรับสายโปรดักชั่น: รองรับ Workflow แบบ 10-bit I-Log+ ACES โดยโปรแกรม DaVinci Resolve สามารถรองรับไฟล์ I-Log ของ Insta360 ได้โดยตรง รวมถึงรองรับการทำงานร่วมกับ Adobe Premiere Pro, Final Cut Pro และมีระบบ Timecode ในตัวสำหรับการซิงค์กล้องหลายตัว

ฟีเจอร์ที่เกิดมาเพื่อสายครีเอเตอร์

กิมบอลแบบ 3 แกนช่วยให้การถ่ายภาพระยะไกล (Telephoto) นิ่งสนิท มาพร้อม หน้าจอทัชสกรีน OLED ขนาด 2 นิ้วที่สามารถถอดออกได้ ทำให้การจัดองค์ประกอบภาพและการพรีวิวภาพเป็นเรื่องง่าย

Insta360 ยังใส่เครื่องมือดีๆ มาเพื่อสายทำคอนเทนต์คนเดียว (Solo Creators) โดยเฉพาะ:

  • Deep Track 5.0: ระบบติดตามตัวบุคคลที่แม่นยำ
  • In-camera Face Recognition: ระบบจดจำใบหน้าพร้อมฟังก์ชันปรับโทนสีและลดความหยาบของผิว (Skin Smoothing) ได้จากในตัวกล้อง
  • Mini Fill Light: ไฟช่วยถ่ายในตัว หมดปัญหาเมื่อต้องถ่ายทำในที่แสงน้อยโดยไม่ต้องพกอุปกรณ์เสริม

สำหรับการถ่ายภาพนิ่ง กล้องสามารถต่อภาพพาโนรามาความละเอียดสูงถึง 200MP และถ่ายภาพ 37MP UltraPhoto ที่ใช้ AI ช่วยเพิ่มรายละเอียด นอกจากนี้ยังมีโหมด Low Frame Photos และ Low Frame Collage เพื่อการถ่ายภาพที่สร้างสรรค์ยิ่งขึ้น

แบตเตอรี่และการจัดเก็บข้อมูล

หมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เพราะรุ่นนี้ให้แบตเตอรี่มาถึง 1,550mAh ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานถึง 4 ชั่วโมง และรองรับชาร์จไวเต็มกระเป๋าในเวลาเพียง 23 นาที ตัวเครื่องยังมาพร้อม พื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายใน 47GB ให้คุณบันทึกภาพและวิดีโอได้ทันทีโดยไม่ต้องกลัวเมมโมรีเต็ม

ราคาและการวางจำหน่าย

Insta360 Luna Ultra เปิดตัวด้วยราคา 769 ดอลลาร์สหรัฐ (ทั่วโลก) ส่วนในภูมิภาคเอเชียมีราคาดังนี้:

  • ประเทศจีน: 4,358 หยวน
  • ประเทศญี่ปุ่น: 119,800 เยน
  • ฮ่องกง: 5,599 ดอลลาร์ฮ่องกง

เป็นที่น่าสังเกตว่า ราคาในประเทศจีนนั้นถูกกว่าตลาดโลกอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสอดคล้องกับที่ CEO ของ Insta360 เคยบอกใบ้ไว้ก่อนหน้านี้ว่าราคาในจีนจะเป็นมิตรมากกว่า

การเปิดตัวของ Luna Ultra เป็นสิ่งที่หลายคนตั้งตารอมาสักพักใหญ่ หลังจากที่มีทีเซอร์แรกโผล่มาในเดือนเมษายน ตามด้วยภาพเรนเดอร์โปรโมทที่หลุดออกมาในเดือนพฤษภาคม และการแอบเปิดรับพรีออเดอร์จากร้านค้าปลีกในฝั่งยุโรป ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในที่สุด

ที่มา : Gizmochina