เตรียมพบ HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอตช์พรีเมียม ยกระดับดูแลสุขภาพเชิงลึกด้วย AI อัจฉริยะ

หลังสร้างความสนใจจากการเปิดตัวในระดับโลก หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) เตรียมส่ง HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอทช์ AI ระดับพรีเมียมรุ่นล่าสุดสู่ตลาดประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ “Time for Your Best” ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นอุปกรณ์สวมใส่

สู่การเป็น AI Health Companion ผู้ช่วยอัจฉริยะด้านสุขภาพที่ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตาม วิเคราะห์ และทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองได้อย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด AI Powered Comprehensive Health Management

พร้อมผสานเทคโนโลยีเซ็นเซอร์และระบบวิเคราะห์ข้อมูลด้วย AI เพื่อรวบรวมข้อมูลสำคัญของร่างกาย และเปลี่ยนข้อมูลสุขภาพที่ซับซ้อนให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่าย ช่วยให้ผู้ใช้งานติดตามสุขภาพและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น

พร้อมผสานการจัดการสุขภาพขั้นสูงเข้ากับดีไซน์พรีเมียม ประสิทธิภาพด้านกีฬาในระดับมืออาชีพ และแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 21 วัน เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพและไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่องในทุกวัน

ยกระดับการติดตามสุขภาพด้วย AI พร้อมข้อมูลเชิงลึกที่เข้าใจง่าย

HUAWEI WATCH GT 7 Series มาพร้อมความสามารถด้านการติดตามสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงการวิเคราะห์เชิงลึก ไม่ว่าจะเป็น อัตราการเต้นของหัวใจ การตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG)[1] แจ้งเตือนภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วโดยใช้คลื่นชีพจร (PWAP) การติดตามการนอนหลับ Emotional Wellbeing และ Physical Readiness พร้อม Celia AI Health Insights ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและนำเสนอข้อมูลเชิงลึกเฉพาะบุคคล

โดยเฉพาะฟีเจอร์ Physical Readiness[2] ที่ประเมินความพร้อมของร่างกายในแต่ละวันผ่านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพการนอนหลับ ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) อารมณ์ และแคลอรี[3] พร้อมสรุปผลเป็นระดับความพร้อม เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจว่าร่างกายอยู่ในสภาวะพร้อมสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ มากน้อยเพียงใด

ขณะที่ Morning Briefing[4] ช่วยสรุปภาพรวมข้อมูลสุขภาพหลังตื่นนอน ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นวันด้วยความเข้าใจสถานะของร่างกาย และใช้ข้อมูลดังกล่าวประกอบการวางแผนกิจกรรมในแต่ละวันได้ง่ายยิ่งขึ้น

ก้าวอีกขั้นสู่การดูแลสุขภาพแบบแอคทีฟ

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของ HUAWEI WATCH GT 7 Pro คือการยกระดับการจัดการสุขภาพเชิงลึก ด้วยการรองรับ Coronary Heart Disease Study[5] ซึ่งเป็นการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม

พร้อมด้วย Diabetes Risk Study สำหรับการศึกษาความเสี่ยงโรคเบาหวาน[6] ซึ่งสะท้อนแนวทางของหัวเว่ยในการนำเทคโนโลยีและการวิเคราะห์ข้อมูลมาช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงข้อมูลสุขภาพในมิติที่ลึกขึ้น และตระหนักถึงสุขภาพของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอ

จาก Health Management สู่ Ultra-Sport Performance

นอกจากการติดตามสุขภาพในชีวิตประจำวัน HUAWEI WATCH GT 7 Series ยังต่อยอดความสามารถด้านสุขภาพสู่การออกกำลังกาย ด้วย AI Workout Analysis[7] ที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลหลังการฝึกซ้อม พร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลการออกกำลังกายและจุดที่สามารถนำไปพัฒนาต่อได้ รองรับกิจกรรมและโหมดกีฬาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น วิ่งเทรล ปั่นจักรยาน กอล์ฟ ดำน้ำลึกในรุ่น Pro และกีฬาแร็กเกต

พร้อมระบบ AI-XDR Positioning ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการระบุตำแหน่งสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านสัญญาณ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปั่นจักรยาน ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Climb Planning สำหรับวางแผนการไต่ระดับความสูง และ Smart Sharp Turn Alerts[8] สำหรับแจ้งเตือนโค้งหักศอกล่วงหน้า

ขณะที่โหมดกอล์ฟในรุ่น Pro รองรับการคำนวณ Plays-Like Distance ตามความชันของพื้นที่ เพื่อช่วยให้การวางแผนการเล่นมีข้อมูลประกอบมากยิ่งขึ้น

ดีไซน์พรีเมียมเหนือกาลเวลา ถ่ายทอดสไตล์อย่างมีระดับ

HUAWEI WATCH GT 7 Series พลิกโฉมด้วยดีไซน์ที่งดงามและโดดเด่นสะกดทุกสายตา โดยในรุ่น HUAWEI WATCH GT 7 Pro มาพร้อมตัวเรือนวัสดุไทเทเนียมอัลลอยด์ระดับพรีเมียมที่ทนทาน ผสานกรอบเซรามิกนาโนคริสตัล[9] และหน้าปัดกระจกแซฟไฟร์กันรอยขีดข่วน

สวมใส่สบายด้วยสายนาฬิกาฟลูออโรอีลาสโตเมอร์รูปแบบ EasyCross™ ดีไซน์เก็บปลายสายอย่างไร้รอยต่อ นุ่มกระชับและลดแรงเสียดทานขณะออกกำลังกาย พร้อมตัวเลือกสีแรงบันดาลใจจากธรรมชาติอย่าง สีเหลือง สีเขียว และ สีดำ

ขณะที่รุ่น HUAWEI WATCH GT 7 นำเสนอทางเลือกดีไซน์และตัวเรือนขนาด 46 มม. และ 41 มม. พร้อมพาเหรดสีสันสดใสให้เลือกถึง 6 สี สะท้อนตัวตนของผู้สวมใส่ในทุกโอกาส

ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมแบตเตอรี่ยาวนานสูงสุด 21 วัน

วางใจได้ด้วยแบตเตอรี่นวัตกรรม High-Silicon Stacked ใช้งานได้ยาวนานเป็นพิเศษสูงสุดถึง 21 วันต่อการชาร์จเพียงครั้งเดียว[10] และชาร์จเต็มใน 60 นาที[11] ด้วย HUAWEI Wireless SuperCharge ที่ช่วยให้ลุยต่อได้ทันที

พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลในตัวเครื่องขนาดใหญ่ 64GB และความสะดวกในการใช้งานประจำวันด้วยการรองรับการเชื่อมแตะบัตร NFC และสามารถสแกนจ่ายและสะสมแต้ม 7-Eleven แบบ 2-in-1 QR Code โดยสามารถเชื่อมต่อและใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการทั้ง Android และ iOS ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เตรียมสัมผัส HUAWEI WATCH GT 7 Series สมาร์ทวอทช์ AI Health Companion ที่เข้าใจคุณมากขึ้นเร็ว ๆ นี้! พบกับ HUAWEI WATCH GT 7 Pro ที่มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีเหลือง สีเขียว และสีดำ พร้อมด้วย HUAWEI WATCH GT 7 ที่มีให้เลือกกันทั้ง 2 ขนาด สำหรับตัวเรือนขนาด 46 มม. มีให้เลือกในสีน้ำเงิน สีเหลือง และสีดำ

ขณะที่ตัวเรือนขนาด 41 มม. มีให้เลือกในสีฟ้า สีขาว และสีชมพู เตรียมเลือกสไตล์ที่ใช่ แล้วรอวันสั่งซื้อ ผ่านหน้าร้าน HUAWEI Experience Store ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ และช่องทางออนไลน์ทั้ง HUAWEI Store, Lazada, Shopee และ TikTok Shop

ติดตามรายละเอียดโปรโมชันอื่นๆ ได้ทาง Facebook Huawei Mobile TH รวมถึงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My HUAWEI บน AppGallery

#HUAWEIWatchGT7 #HUAWEIWatchGT7Pro #HUAWEIWatchGT7Series #TimeForYourBest


[1] นาฬิกานี้ไม่ใช่เครื่องมือทางการแพทย์ คุณลักษณะนี้ไม่เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผลลัพธ์มีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์ ข้อมูลที่ได้รับผ่านฟีเจอร์นี้มีไว้สำหรับใช้ส่วนตัวเท่านั้น โปรดอ่านคำแนะนำอย่างละเอียดก่อนใช้แอปนี้ความพร้อมใช้งานของตัวชี้วัดสุขภาพอาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือภูมิภาค

[2] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[3] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่เครื่องมือแพทย์ ข้อมูลและผลการตรวจสอบทั้งหมดมีไว้เพื่ออ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[4] Health Insights ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในทางการแพทย์ ผลลัพธ์มีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น และไม่ควรนำไปใช้เป็นพื้นฐานในการวินิจฉัยหรือการรักษาทางการแพทย์

[5] สำหรับรายละเอียดและวันที่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ กรุณาดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ช่องทางอย่างเป็นทางการของหัวเว่ย โดยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด โดยใช้งานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทวอทช์ของหัวเว่ย ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3–4 วัน เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเท่านั้น

[6] ผลิตภัณฑ์นี้ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ ไม่ควรใช้เพื่อวินิฉัยโรค โดยผลิตภัณฑ์จะวิเคราะห์ข้อมูลทางร่างกายที่เก็บรวบรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3-14 เพื่อประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวานเท่านั้น

[7] ฟีเจอร์วิเคราะห์การออกกำลังกายด้วย AI รองรับเฉพาะโหมดการออกกำลังกายบางประเภท โดยผลลัพธ์ที่แสดงมีไว้เพื่อการอ้างอิงเท่านั้น

[8] ฟีเจอร์นี้รองรับการใช้งานผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบ OTA เท่านั้น

[9] ขอบนาฬิกาทำจากเซรามิกนาโนเทคโนโลยี และกรอบกลางทำจากโลหะผสมไทเทเนียม

[10] ข้อมูลมาจากห้องทดลองของ Huawei การใช้งานจริงอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ พฤติกรรมการใช้งาน และปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

อายุการใช้งานแบตเตอรี: ใช้งานเบาได้นานสูงสุด 21 วัน ใช้งานทั่วไปได้นานสูงสุด 12 วัน ใช้งาน AOD ได้นานสูงสุด 7 วัน และใช้งานในโหมดวิ่งเทรลได้นานสูงสุด 51 ชั่วโมง

การทดสอบการใช้งานแบบเบาภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, ปิดใช้งานการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติ, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, การออกกำลังกาย 90 นาทีต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความแล้ว (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดใช้งานหน้าจอ 200 ครั้งต่อวัน

การทดสอบการใช้งานโดยทั่วไปภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

เปิดใช้งาน AOD ได้รับการทดสอบภายใต้เงื่อนไขต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน, เปิดใช้งาน AOD, การโทรผ่านบลูทูธ 30 นาทีต่อสัปดาห์, การเล่นเสียง 30 นาทีต่อสัปดาห์, เปิดใช้งานการตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจตลอดเวลา, เปิดใช้งานการตรวจสอบการนอนหลับในเวลากลางคืน, เปิดใช้งานการบันทึกอารมณ์และความเครียด เปิดใช้งานการวิเคราะห์ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคลื่นชีพจรและการรับรู้การหายใจขณะหลับ โดยเฉลี่ยแล้วออกกำลังกาย 180 นาทีต่อสัปดาห์ เปิดใช้งานการแจ้งเตือนข้อความ (50 ข้อความ การโทร 6 ครั้ง และการปลุกเตือน 3 ครั้งต่อวัน) และเปิดหน้าจอเป็นเวลารวม 30 นาทีต่อวัน

การทดสอบโหมดการวิ่งเทรลภายใต้สภาวะต่อไปนี้: การตั้งค่าเริ่มต้นจากโรงงาน เปิดใช้งานหน้าจอ 60 ครั้งต่อชั่วโมง ปริมาณการออกกำลังกาย 50% และการแจ้งเตือนการออกกำลังกาย 10 ครั้งต่อชั่วโมง

[11] ข้อมูลมาจากห้องปฏิบัติการของ Huawei โดยอ้างอิงจากการทดสอบโดยใช้อะแดปเตอร์ Huawei 10V/2A และ SuperCharger แบบไร้สายรุ่นที่ 2 ที่มาพร้อมกับนาฬิกา เวลาการชาร์จจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ นิสัยการใช้งาน และปัจจัยแวดล้อม