HUAWEI FreeBuds Studio หูฟังอัจฉริยะที่ให้คุณมากกว่าเสียง

อุปกรณ์เสริมด้านเสียงที่ล้ำหน้าจาก HAUWEI, HUAWEI FreeBuds Studio หูฟังขั้นเทพที่ได้ยินสเปคเป็นต้องอยากได้แน่นอน ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่อยู่กับการเชื่อมต่อในโลกออนไลน์ และการทำงานเรียนทางไกลแบบไปนั่งตรงไหนก็ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเสียงรบกวน

Spec ที่น่าสนใจของสมาร์ทเฮดโฟน FreeBuds Studio

–         Intelligent Dynamic ANC ระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ

–         An Ultra-wide Frequency Response Range เทคโนโลยีเสียงระดับ Hi-Fi สมจริง

–         L2HC High-resolution Codec ที่สปีด 960 kbps ช่วยสร้างคุณภาพเสียงต้นเหมือนฉบับ

–         โหมดเปิดรับเสียงภายนอก เพื่อการสนทนาตอบโต้หรือรับรู้สภาพแวดล้อม

–         ไมค์ 6 ตัวที่ช่วยตัดเสียงรบกวน รับเสียงภายนอกเพื่อตัดคลื่นเสียงรบกวนภายในหูฟัง

–         เชื่อมต่อได้สองอุปกรณ์ และสลับไปมาได้สะดวก

FreeBuds Studio ดีไซน์หรู สวมใส่สบาย ใส่ใจทั้งภายในภายนอกสไตล์ HAUWEI

รูปลักษณ์ของ FreeBuds Studio ถูกออกแบบให้มีความเรียบง่าย แต่มีดีไซน์แฝงอยู่ในวัสดุและผิวสัมผัส เริ่มจากตัวบอดี้ของหูฟังทั้งสองด้านที่มีขนาดกำลังดี ไม่ใหญ่โตและไม่เล็กจนเกินไป ส่วนครอบหูทรงแคปซูลที่ครอบคลุมใบหูได้พอดีทำให้ดูไม่เกะกะ

รายละเอียดปุ่มเปิดปิดและเปลี่ยนโหมดทั้งหมดถูกซ่อนไว้จนกลมกลืน แทบมองไม่ออกว่ามีอยู่ ช่วยให้ดีไซน์โดยรวมดูเรียบกริบ ส่วนการควบคุมที่เหลือ ทั้งการเพิ่ม-ลดเสียง เปลี่ยนเพลง รับสายโทรเข้า-วางสาย เป็นระบบสัมผัสที่ด้านนอกของหูฟังทั้งหมด

มีก้านครอบศีรษะที่มีเพียงเส้นเดียวแต่ดูแข็งแรง โดยทั้งตัวครอบหูและก้านครอบศีรษะแข็งแรงและหนาแต่ทำมาจากอลูมิเนียมอัลลอยด์จึงมีน้ำหนักเบา

หุ้มก้านครอบศีรษะ และนวมนุ่มๆครอบหูฟังทำมาจากหนังสังเคราะห์บุฟองน้ำ ให้สัมผัสสบายทั้งหูทั้งศีรษะ และช่วยเรื่องการควบคุมเสียง

มีให้เลือกสองสีคือ สีดำและสีทอง ทั้งสองสีมีเอฟเฟคเป็นกึ่งมันกึ่งด้านทำให้ดูทันสมัยล้ำยุคแบบไฮเทคแต่ยังคงไว้ซึ่งความเรียบหรู ส่งเสริมภาพลักษณ์ของผู้ใช้ สามารถใส่เดินไปไหนมาไหนได้อย่างมั่นใจ

FreeBuds Studio กับ ฟังก์ชั่นตัดเสียงรบกวนสุดเทพที่มากับไมโครโฟนสี่ตัว กับระบบ alert ที่เลือกรับเสียงภายนอกได้ตามใจชอบ

สิ่งที่โดดเด่นของ FreeBuds Studio คือฟังก์ชั่นการตัดเสียงรบกวนที่ต่อให้มีคนมาตะโกนเถียงกันข้างๆยังไม่ได้ยิน

ด้วยไมโครโฟนรับเสียงสี่ตัวที่อยู่บนหูฟัง จะช่วยรับเสียงที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ผลิตคลื่นเสียงที่ตรงข้ามกับคลื่นเสียงภายนอก ทำให้ภายในหูฟังปราศจากเสียงใดๆรอบตัวหลุดเข้ามา

FreeBuds Studio กับระบบตัดเสียงรบกวนสามโหมดโดนใจผู้ใช้

Ultra Mode ที่ตัดเสียงรบกวนสมบูรณ์แบบเหมาะกับเวลาส่วนตัวหรือนั่งอยู่ในยานพาหนะรถไฟฟ้าหรือเครื่องบิน

Cozy Mode เหมาะกับการนั่งทำงานในออฟฟิศที่มีผู้คนขวักไขว่ สามารถตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่ออกไปได้ แต่หากมีใครเข้ามาสนทนาใกล้ๆโดยตรงหูฟังก็จะส่งเสียงนั้นเข้ามาให้รับรู้ทันที ทำให้มีสมาธิในการทำงานเต็มที่

General Mode สำหรับช่วงเวลาพักผ่อนนั่งรับประทานกาแฟในร้าน คุณก็สามารถชิลได้สุดๆกับ จะฟังเพลงดูหนังในมือถือ แบบที่ยังได้ยินเสียงรอบข้างแบบไม่ดังกวนใจมากนัก

และพิเศษสำหรับการนั่งดูหนังฟังเพลงที่บ้าน คุณสามารถกำหนดให้หูฟังปล่อยเฉพาะเสียงคนสนทนาเข้ามาในหูได้ หมดปัญหาเรื่องอยู่แต่ในโลกส่วนตัวไม่สนใจใครได้เลย เพราะคุณจะสามารถสนทนาตอบโต้กับสมาชิกในครอบครัวได้แบบไม่ต้องถอดหูฟังออก เรียกว่าบันเทิงก็ไม่ขาดสาย ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็ไม่ขาดตอน

HUAWEI FreeBuds Studio

คุณภาพเสียงสุดเลิศด้วยระบบ TAT Acoustic เทคโนโลยีเฉพาะของ HAUWEI

แน่นอนว่าเมื่อเป็นหูฟังสุดล้ำที่ตัดเสียงรบกวนแบบอัจฉริยะ เทคโนโลยีในการถ่ายทอดเสียงก็ไม่น้อยหน้าใคร ด้วยชิปเสียงระดับ Hi-Fi ที่มากับอุปกรณ์ ไดอะแฟรมโพลีเมอร์ 4 ชั้น หนา 40 มม ให้ช่วงกว้างของคลื่นความถี่ตั้งแต่ 4 Hz ถึง 48 kHz เรียกว่าละเอียดลออสมจริงทุกเครื่องดนตรีและเสียงร้องเพลง

เมื่อทำงานร่วมกับระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะจาก HAUWEI ทำให้  FreeBuds Studio มอบสุนทรียภาพทางเสียงเพลงให้กับผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พูดคุยสนทนาแบบไม่ขาดตอน คุยที่ไหนปลายทางก็ได้ยินชัด

เมื่อต้องสนทนาไม่ว่าจะเป็นการประชุมออนไลน์หรือโทรศัทพ์ FreeBuds Studio จะช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกให้หมดจดไม่ต้องกังวลว่าจะเข้าสู่ห้องประชุม เมื่อเสียงสนทนาของคุณผ่านเข้าสู่ไมโครโฟนที่รับเสียงทั้งหมด 6 ตัว สี่ตัวที่หันออกภายนอกจะทำการรับฟังเสียงภายนอก ส่วนสองตัวที่อยู่ด้านในจะเลือกรับฟังเสียงของเราเอง

เพียงใช้เสียงพูดคุยปกติและไม่จำเป็นจะต้องตะเบ็งเสียงแข่งกับสภาพแวดล้อมรอบข้าง หูฟังจะทำการประมวลผลแล้วคัดเลือกเฉพาะเสียงที่คุณเป็นผู้พูด ส่งออกไปกับคู่สนทนาหรือเข้าสู่ห้องประชุม เพียงเท่านี้ไม่ว่าคุณจะนั่งอยู่คนเดียวหรือในสถานที่ครึกครื้นแค่ไหนก็สามารถมีห้องส่วนตัวเล็กๆสำหรับประชุมออนไลน์หรือโทรศัพท์สายสำคัญๆได้ตลอดเวลา

บวกกับระยะเวลาการใช้งานที่สามารถใช้งานได้เต็มที่ไม่หยุดพักแบบ 1 วันเต็มๆต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (24 ชั่วโมง ต่อ การชาร์จ 1 ชั่วโมง) ก็ไม่ต้องกังวลกับการใช้งานหนักทั้งสนทนาโทรศัพท์ ทั้งประชุมออนไลน์ ทั้งฟังเพลง ใช้งานได้ทั้งวันแบบสบายๆไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

บทสรุปที่ต้องเลือก FreeBuds Studio เป็นหูฟังเพื่อการทำงานและโซเชียลมีเดียตัวจริง

ข้อดีของการเลือกหูฟังแบบ Over-Ear ก็คือใส่ได้ทั้งวันไม่ปวดหูแบบ In-Ear bud ที่ต้องเจอกับความล้าถ้าใส่อย่างยาวนาน แต่ Over-Ear คือมักจะมีรูปทรงที่น่าขันไม่ค่อยเสริมบุคลิกภาพ ปัญหานี้หมดไปกับ FreeBuds Studio ที่สวมใส่แล้วทำให้มีภาพลักษณ์ที่ดีด้วยดีไซน์ที่ลงตัวดูล้ำสมัย ใส่แล้วบ่งบอกความเป็นตัวตนที่เป็นคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด

และสำหรับการใส่หูฟังเพื่อการทำงานที่อยู่กับออนไลน์บ่อยๆแล้ว เมื่อ FreeBuds Studio มาพร้อมกับอุปกรณ์ถ่ายทอดสียงระดับ Hi-Fi กับระบบตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะทั้งรับเข้าส่งออก ก็คงไม่มีอะไรที่ต้องการมากไปกว่านี้อีกแล้ว