Samsung อาจเตรียมปรับโฉมดีไซน์ของแท็บเล็ตตระกูล Galaxy Tab ครั้งใหม่เพื่อให้มีดีไซน์ที่สอดคล้องกับฝั่งสมาร์ทโฟนมากขึ้น โดยภาพแอนิเมชันที่หลุดออกมาจากซอฟต์แวร์ One UI 9 เผยให้เห็นว่าแท็บเล็ตรุ่นในอนาคตอาจบอกลาดีไซน์หน้าจอรอยบากขนาดใหญ่ (Notch) และเปลี่ยนไปใช้กล้องหน้าแบบเจาะรู (Punch-hole) แทน ซึ่งจะช่วยยกระดับให้หน้าจอดูทันสมัยและเต็มตากว่าที่เคย
ค้นพบเบาะแสสำคัญจาก One UI 9 Beta

เว็บไซต์ SamMobile ได้ค้นพบเบาะแสสำคัญนี้จากการขุดข้อมูลในเฟิร์มแวร์ One UI 9 Beta โดยพบภาพแอนิเมชันการหมุนอุปกรณ์รูปแบบแท็บเล็ตที่แสดงให้เห็นกล้องหน้าแบบเจาะรูจัดวางอยู่ตรงกลางหน้าจอ
สิ่งที่น่าสนใจคือ แอนิเมชันนี้มีให้เห็นถึง 2 รูปแบบ ได้แก่:
- การวางกล้องเจาะรูที่ขอบจอด้านยาว
- การวางกล้องเจาะรูที่ขอบจอด้านสั้น
รูปแบบดังกล่าวคล้ายคลึงกับการปรับเปลี่ยนมุมมองหน้าจอของสมาร์ทโฟนเวลาหมุนเครื่อง (Auto-rotate) ซึ่งแอนิเมชันเหล่านี้ไม่เคยปรากฏในเวอร์ชัน One UI 8.5 (ที่ทำงานบนพื้นฐาน Android 16) จึงคาดเดาได้ว่านี่คือฟีเจอร์และการออกแบบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาสำหรับ One UI 9 และ Android 17 โดยเฉพาะ
ก้าวสำคัญของหน้าจอแท็บเล็ตเรือธง
ในปัจจุบัน แท็บเล็ตระดับเรือธงอย่าง Galaxy Tab S11 Ultra และ S10 Ultra ยังคงใช้ดีไซน์กล้องหน้าแบบรอยบาก การเปลี่ยนมาใช้ดีไซน์หน้าจอแบบเจาะรูจึงถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Galaxy Tab S12 Ultra เพราะจะช่วยให้ Samsung สามารถลดขนาดขอบหน้าจอ (Bezels) ให้บางลงได้อีก และดันสัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง (Screen-to-body ratio) ให้กว้างขึ้นใกล้เคียงกับมาตรฐานของสมาร์ทโฟนยุคใหม่
ไม่ใช่แค่เรื่องดีไซน์ แต่ยกระดับการใช้งานด้วย AI

นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนดีไซน์ฮาร์ดแวร์แล้ว ซอฟต์แวร์ One UI 9 ยังเตรียมนำเสนอการอัปเกรดอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น:
- ฟีเจอร์ด้าน AI ที่ทำงานได้ฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ภาพแอนิเมชันระบบที่ลื่นไหลกว่าเดิม
- การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อยิ่งขึ้นภายในระบบนิเวศของ Galaxy (Galaxy Ecosystem)
ปัจจุบัน ซอฟต์แวร์เวอร์ชัน Beta ได้เริ่มทยอยปล่อยให้อัปเดตในสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตบางรุ่นแล้ว ทำให้เราได้เห็นภาพรวมคร่าว ๆ ของสิ่งที่ Samsung วางแผนไว้สำหรับช่วงปลายปี 2026 เป็นต้นไป
หากดีไซน์จอเจาะรูนี้ถูกนำมาใช้งานจริงในระดับการผลิต จะทำให้แท็บเล็ตซีรีส์ Galaxy Tab ก้าวทันเทรนด์อุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นการลดพื้นที่รบกวนสายตาบนหน้าจอให้น้อยที่สุด ซึ่งเมื่อการพัฒนาคืบหน้าไปมากกว่านี้ เราน่าจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นว่าการทำงานควบคู่กันระหว่างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของ Samsung จะพัฒนาไปในทิศทางใดต่อไป
ที่มา : Gizmochina









