หลังจากที่ ASUS ได้ส่ง Zenfone 12 Ultra ลุยตลาดไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ล่าสุดมีรายงานสะเทือนวงการว่าปีนี้เราอาจจะไม่ได้เห็นทายาทรุ่นต่อไปอย่าง Zenfone 13 Ultra โดยข้อมูลชี้ว่า ASUS อาจตัดสินใจ “หยุดพัก” การเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในปี 2026 ทั้งหมด เพื่อทบทวนกลยุทธ์ในตลาดมือถืออีกครั้ง
ต้นตอข่าวลือ: ดีลเลอร์สั่งของไม่ได้ ส่อแววยุบแผนก?

รายงานจากสื่อไต้หวันอย่าง DigiTimes ระบุว่า ตัวแทนจำหน่ายสมาร์ตโฟนในไต้หวันเริ่มไม่สามารถสั่งซื้อสินค้าจาก ASUS ผ่านตัวแทนท้องถิ่นได้แล้ว ทำให้เกิดข่าวลือหนาหูว่าแผนกธุรกิจสมาร์ตโฟนของ ASUS อาจยุติบทบาทลงหลังจากวันที่ 31 ธันวาคม 2025 ที่ผ่านมา
ASUS ชี้แจง: “ยังไม่เลิกทำ แต่ปี 2026 ไม่มีของใหม่”
เพื่อตอบโต้ข่าวลือดังกล่าว ASUS ได้ออกมาให้ความชัดเจนว่า:
- ธุรกิจสมาร์ตโฟนของบริษัทยังคงดำเนินต่อไป (ไม่ได้ยุบแผนกตามข่าวลือ)
- โครงสร้างธุรกิจยังเหมือนเดิม
- แต่… ยอมรับว่าปัจจุบัน “ยังไม่มีแผนเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ในปี 2026”
ชะตากรรมของ ROG Phone 10
แม้จะไม่มีข่าวของ Zenfone 13 Ultra แต่ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายน 2025 เคยมีรายงานว่า ROG Phone 10 Series กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ทว่าหลังจากนั้นข่าวก็เงียบหายไป ไม่มีข้อมูลหลุดออกมาอีกเลย ทำให้สถานการณ์ของมือถือเกมมิ่งรุ่นนี้เริ่มมีความไม่แน่นอนว่าจะได้ไปต่อในปีนี้หรือไม่
ผู้ใช้งานปัจจุบันไม่ต้องกังวล
ASUS ยืนยันหนักแน่นว่า บริการหลังการขาย, การอัปเดตซอฟต์แวร์ และการรับประกัน สำหรับผู้ใช้งานปัจจุบัน (เช่น เจ้าของ Zenfone 12 Ultra และ ROG Phone รุ่นต่างๆ) จะยังคงดำเนินต่อไปตามปกติ เพื่อให้มั่นใจว่าประสบการณ์การใช้งานจะไม่ได้รับผลกระทบจากการงดเปิดตัวรุ่นใหม่
วิเคราะห์: เมื่อแบรนด์ PC เจอศึกหนักในตลาดมือถือ
ASUS เข้าสู่ตลาดมือถือตั้งแต่ช่วงต้นปี 2000 และเคยประสบความสำเร็จกับซีรีส์ Zenfone ที่เน้นความคุ้มค่า แต่ในระยะหลังต้องเจอกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากแบรนด์จีน ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดลดลง จนต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในปี 2018 เพื่อเน้นกลุ่มพรีเมียมและเกมมิ่งแทน
สถานการณ์นี้สะท้อนความยากลำบากของแบรนด์ที่เติบโตมาจากคอมพิวเตอร์ (PC-centric brands) ในการยืนระยะในตลาดมือถือ ซึ่งก่อนหน้านี้ Acer อีกหนึ่งแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากไต้หวัน ก็เคยถอนตัวจากตลาดสมาร์ตโฟนไปแล้วเมื่อปี 2016 (ก่อนจะกลับมาทำตลาดเล็กๆ ในอินเดียผ่านการขายสิทธิ์แบรนด์ในปี 2024)
ที่มา : Gizmochina








