Apple ประกาศเปิดตัวสมาร์ตวอทช์เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด Apple Watch Series 12 (มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 42 มม. และ 46 มม.) และ Apple Watch Ultra 4 อย่างเป็นทางการ โดยทั้งสองซีรีส์ได้รับการอัปเกรดขุมพลังใหม่เป็นชิป S11 พร้อมเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบออปติคอลและไฟฟ้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ รวมถึงระบบติดตามสุขภาพ (Health Sensing System) ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้น
ยกระดับการติดตามสุขภาพที่แม่นยำที่สุด

Apple เคลมว่าสมาร์ตวอทช์รุ่นใหม่นี้มีระบบเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุปกรณ์สวมใส่ ซึ่งผ่านการทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างกว่า 1,000 คน โดยตัวเรือนจะทำการวัดอัตราการเต้นของหัวใจในทุกๆ 5 วินาที ในขณะที่ความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ (HRV) จะถูกวัดบ่อยขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 24 เท่า

นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำฟีเจอร์ใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่:
- Readiness Score: คะแนนความพร้อมของร่างกาย (ระดับ 0-10) ช่วยประเมินว่าร่างกายของคุณพร้อมสำหรับการฝึกซ้อมหรือออกกำลังกายในระดับใด
- Health Age: ฟีเจอร์ “อายุสุขภาพ” ในแอป Health ที่แท็บ Longevity (อายุยืนยาว) ซึ่งจะนำข้อมูลทั้ง VO₂ max, อัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก, HRV และการนอนหลับ มาคำนวณเพื่อบอกว่าอายุสุขภาพของคุณอ่อนเยาว์หรือแก่กว่าอายุจริง (ฟีเจอร์นี้จะอัปเดตให้ใช้งานใน Apple Watch รุ่นเก่าด้วยในช่วงปลายปี)
นวัตกรรม Audio Intelligence

ด้วยไมโครโฟนในตัว Apple ได้เปิดตัวฟีเจอร์ Audio Intelligence ที่สามารถแจ้งเตือนผู้ที่มีปัญหาด้านการได้ยินเมื่อมีเสียงสำคัญเกิดขึ้นรอบตัว และยังช่วยบันทึกบทสนทนาสำคัญผ่านฟีเจอร์ Siri recap ที่จะสรุปหัวข้อและใจความสำคัญลงในแอป Siri โดยอัตโนมัติ รวมถึงการผสานการทำงานกับ Shazam เพื่อระบุเพลงที่กำลังเล่นอยู่รอบตัวคุณได้อย่างรวดเร็ว
แบตเตอรี่อึดขึ้น ใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม




- Apple Watch Ultra 4: ใช้งานทั่วไปได้สูงสุด 50 ชั่วโมง (เพิ่มขึ้น 19% หรือนานกว่ารุ่นก่อน 8 ชั่วโมง) และใช้งานได้สูงสุดถึง 84 ชั่วโมง ในโหมดประหยัดพลังงาน (Low Power Mode) ซึ่งนานกว่า Ultra 3 ถึง 12 ชั่วโมง
- Apple Watch Series 12: ใช้งานทั่วไปได้สูงสุด 24 ชั่วโมง และ 38 ชั่วโมงในโหมดประหยัดพลังงาน ไฮไลต์คือแบตเตอรี่สำหรับการออกกำลังกายกลางแจ้งที่ใช้งานได้สูงสุดถึง 10 ชั่วโมง ซึ่งอึดขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 25%
วัสดุ สีสัน และสายนาฬิกาคอลเลกชันใหม่
Apple Watch Series 12 มีตัวเรือนให้เลือกถึง 3 วัสดุ และ 8 สีสัน:
- อะลูมิเนียม (Aluminum): สี Dark Bronze (ใหม่), Black (ใหม่), Light Gold (ใหม่) และ Space Grey มาพร้อมกระจกหน้าจอ Ceramic Shield 2 ที่ทนทานกว่ากระจก Ion-X ถึง 60% (ผลิตจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100%)
- ไทเทเนียม (Titanium): สี Radiant Gold (ใหม่) และ Natural Titanium (ตัวเรือนผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printed จากไทเทเนียมรีไซเคิล 100%)
- เซรามิก (Ceramic): การกลับมาของวัสดุเซรามิกสุดพรีเมียมในรุ่นมาตรฐาน มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Pearl White และ Night Blue
Apple Watch Ultra 4 มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Natural Titanium และ Black Titanium
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวสายนาฬิกาสีใหม่ ได้แก่ Trail Loop (Dark Umber, Sand, Burgundy), Alpine Loop (Desert, Dark Olive, Burgundy) และ Ocean Band แบบโปร่งแสง (Translucent Gray, Translucent Kelp, Translucent Black)
ราคาและวันวางจำหน่าย

Apple Watch Series 12 และ Apple Watch Ultra 4 เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้วตั้งแต่วันนี้ และจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ โดย Apple Watch Series 12 ราคาเริ่มต้นที่ 14,900 บาท และ Apple Watch Ultra 4 ราคาเริ่มต้นที่ 29,900 บาท
ที่มา : Apple









